บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Tidlor Holdings (TIDLOR.BK/TIDLOR TB)*
โตสินเชื่อแบบเลือกกลุ่มลูกค้า
Event
ประมาณการ 4Q68
lmpact
คาดว่ากำไรสุทธิใน 4Q68 จะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (-1% QoQ +34% YoY), +26% ในปี 2568
เราคาดว่ากำไรที่ลดลง QoQ จะสะท้อนถึงคชจ.สำรองฯ (credit cost) ที่น่าจะเพิ่มขึ้นใน 4Q68 ในขณะที่กำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY จะมาจากการขยายตัวของสินเชื่อที่หนุนให้ NII เพิ่มขึ้น 8% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และรวมถึงคชจ.สำรองฯ (credit cost) ลดลง ทั้งนี้ เมื่ออิงตามประมาณการกำไรใน 4Q68F กำไรสุทธิเต็มปีน่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมของเราประมาณ 5%
สินเชื่อยังคงขยายตัวแบบเลือกกลุ่ม
TIDLOR เผยว่าสินเชื่อขยายตัวอยู่ในช่วงประมาณ 2-3% QoQ และ ประมาณ 6% YoY ใน 4Q68F ซึ่งสินเชื่อใหม่ส่วนใหญ่จะมาจากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ มากกว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ส่วนสินเชื่อรถบรรทุกน่าจะขยายตัวน้อยลง จากนโยบายการปล่อยกู้อย่างระมัดระวัง ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการระดมเงินน่าจะลดลงเล็กน้อยเพราะมีการออกหุ้นกู้ เพียง 3 พันล้านบาท ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (coupon) ที่ 3% ใน 4Q68 (ต่ำกว่าต้นทุนการระดมเงินในปัจจุบันที่ 3.3%) ซึ่ง ณ จุดนี้ เราใช้สมมติฐานว่าต้นทุนการระมเงินใน 4Q68F จะลดลงประมาณ 10bps QoQ และ 20bps YoY
รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มจากปัจจัยฤดูกาล
TIDLOR บอกว่าได้ค่านายหน้าประกันเพิ่มในไตรมาสที่สี่จากผลของปัจจัยฤดูกาล เราคาดว่าค่าธรรมเนียมประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 18% QoQ และ 6% YoY ใน 4Q68F และ จะเพิ่มขึ้น 7% ในปี 2568F เราคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในอัตราพอ ๆ กันกับรายได้ โดยเราใช้สมมติฐานสัดส่วน C/I ใน 4Q68F ที่ 56% (เท่ากับใน 3Q68 แต่ลดลงจาก 61% ใน 4Q67) และ ในปี 2568F ที่ 55%
credit cost สูงขึ้น
หลังจากที่ credit cost ต่ำใน 3Q68 เพราะมีการนำลูกค้าที่ประสบปัญหาเข้าโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” บริษัทส่งสัญญาณว่า credit cost จะกลับมาอยู่ระดับปกติใน 4Q68 ซึ่ง ณ จุดนี้ เราใช้สมมติฐาน credit cost ใน 4Q68F ที่ 2.6% (เพิ่มขึ้นจาก 2.2% ใน 3Q68) และ ในปี 2568F ที่ประมาณ 2.6% ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าสัดส่วน NPL จะยังคงมีแนวโน้มลดลง และ สัดส่วน NPL coverage จะยังแข็งแกร่งที่ >260% ใน 4Q68 (จาก 284% ใน 3Q68)
คงคำแนะนำซื้อ โดยปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569F ลง
เราแนะนำซื้อ เพื่อสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ และ credit cost ที่นิ่งขึ้นในปี 2569F, spread สินเชื่อที่ดีขึ้น, D/E ที่ลดลงซึ่งอาจทำให้จ่ายปันผลได้ในอัตราที่สูงขึ้น เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 23.5 บาท (PE ที่ 12x)
Risks
ราคารถมือสองยังตกอีก, NPLs จากสินเชื่อจำนำทะเบียนเพิ่มขึ้น, credit cost เพิ่มขึ







