บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)*
ประมาณการ 4Q68F: จะถูกกดดันจากการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอ
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ HMPRO ใน 4Q68F จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท (-13% YoY, +16% QoQ) โดยกำไรที่ลดลง YoY จะเป็นเพราะอุปสงค์อ่อนแอท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย และ same-store sales (SSS)ที่ติดลบ ในขณะเดียวกัน กำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ จะเป็นเพราะผลจากปัจจัยฤดูกาล (การก่อสร้างมักจะชะลอตัวช่วงฤดูฝนในไตรมาสที่สาม) ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิเต็มปีอยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท (-9% YoY) ค่อนข้างใกล้เคียงกับประมาณการของเรา
Impact
คาด่วา SSS จะหดตัว
เราคาดว่า SSS ของห้างในรูปแบบ HomePro จะหดตัว ~8% และ ห้างในรูปแบบ Mega Home จะหดตัว ~6% เนื่องจาก
i) การจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย (ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยลดลงมาอยู่ที่ 51.9 ในเดือนธันวาคม 2568)
ii) ฐานสูงในเดือนตุลาคม 2567 เนื่องจากมีอุปสงค์ pent up demand หลังน้ำท่วม
iii) อุปสงค์ในปีนี้ลดลงเพราะฝนที่ตกหนัก iv) ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะที่หาดใหญ่
และ vi) กรณีพิพาทชายแดน เราคาดว่าการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 10 ร้าน YoY (จาก 136 ร้านใน 4Q67 เป็น 146 ร้านใน 4Q68F) จะช่วยลดผลกระทบจาก SSS ที่อ่อนแอ และ ทำให้ยอดขายใน 4Q68F อยู่ที่ 1.64 หมื่นล้านบาท (-4% YoY, +5% QoQ).
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เนื่องจาก rebase จาก supplier อาจลดลงตามยอดขายที่อ่อนแอ เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ HMPRO ใน 4Q68F จะอยู่ที่ 27.8% (ทรงตัว YoY, +1.0ppts QoQ) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเต็มปีอยู่ที่ 26.6% (-0.2ppts YoY)เป็นไปตามประมาณการเต็มปีของเรา นอกจากนี้ เราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้น สะท้อนการเปิดสาขาใหม่ และ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับน้ำท่วม (ร้าน Mega Home หนึ่งแห่งต้องปรับปรุงใหม่เพราะน้ำท่วม) ในขณะที่คาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายใน 4Q68F จะอยู่ที่ 21.0% (จาก 20.8% ใน 4Q67 และ 21.1% ใน 3Q68)
แนวโน้มกำไรไม่ชัดเจนในระยะสั้น
แม้ว่าแนวโน้มกำไรที่ไม่ชัดเจนนักในระยะสั้น (ขาดมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาล โดยที่ SSS หดตัวระดับหลักเดียวกลาง ๆ ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569) จะทำให้มี sentiment เชิงลบ และ อาจฉุดให้กำไรใน 1Q69F ลดลงทั้ง YoY และ QoQ (ถึงแม้ยอดขายอาจจะเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์หลังน้ำท่วม แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนตัวจากการที่ไม่มี rebase จาก หียยสรำพ ในไตรมาสที่ 1 น่าจะมีน้ำหนักมากกว่า) แต่การที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์อาจจะกำลังผ่านจุดต่ำสุด หลังจากดัชนีทุกตัวทำสถิติต่ำสุดใหม่ในปี 2568 (ดูบทวิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของ KGI ฉบับวันที่ 20 มกราคม 2569) และ บริษัทมีโครงการซื้อหุ้นคืน (Figure 3) น่าจะช่วยรองรับได้บ้าง ทั้งนี้ การประกาศยุติธุรกิจ “NocNoc” อาจเป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง และแนวโน้มการเติบโตที่จำกัดของตลาด อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า HMPRO น่าจะฉวยส่วนแบ่งตลาดได้จากสถานะความเป็นเจ้าตลาดของบริษัท
Valuation & Action
เราคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 7.50 บาท อิงจาก PER ที่ 16.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -0.5 S.D.) เราแนะนำซื้อ HMPRO เนื่องจาก i) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 6% (เทียบหุ้นอื่นในกลุ่มที่ 2-3%) ii) ROE สูงถึง ~20% (สูงกว่าของหุ้นอื่นในกลุ่มที่ 6-8%) iii) อัตรากำไรสุทธิ (net margin) แข็งแกร่งที่ ~9% (สูงกว่าของหุ้นอื่นในกลุ่มที่ 3-7%) และ iv) ยังมี upside ถึงราคาเป้าหมายของเราอีก 8%
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก








