บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Supalai (SPALI.BK/SPALI TB)*
ปี 2568 ซบเซา…แต่การฟื้นตัวปี 2569F ได้สะท้อนในราคาหุ้นแล้ว
Event
ประมาณการ 4Q68F กับแผนธุรกิจปี 2569 และปรับลดกำไร, ราคาเป้าหมายและคำแนะนำ
Impact
แม้กำไร 4Q68F จะเป็นจุดสูงสุดของปี แต่กำไรทั้งปี 2568F อาจร่วงลง 37% YoY
แม้ พรีเซล (ยอดจอง) 4Q68 จะชะลอตัวลงที่ 5.8 พันล้านบาท (-33% QoQ) แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์อาจเป็นจุดสูงสุดของปี 2568F ที่ 7.2 พันล้านบาท (+15% QoQ) ในแง่ net margin คาดจะอ่อนตัวทั้ง YoYและ QoQ ที่ 17% จากการแข่งขันในตลาดอสังหาฯ รุนแรงและเกิดสงครามราคาขึ้น ดังนั้น เราคาดกำไร 4Q68F อยู่ราว 1.24 พันล้านบาท (+6% QoQ) ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2568F จะต่ำสุดในรอบทศวรรษที่ 3.9พันล้านบาท (-37% YoY) ทั้งนี้ ภาพรวมผลงานปี 2568 ค่อนข้างซบเซา โดยมีพรีเซลอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท (-2% YoY) การเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวมที่ 2.95 หมื่นล้านบาท (-44% YoY) ยอดโอนฯ ร่วงลง23% YoY ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น net margin ก็อ่อนแอลงที่ 16% (จาก 20% ปี 2567) จากสภาพตลาดอสังหาฯ ที่ยากลำบากและผลลบจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงล่าสุดเมื่อปลาย มี.ค.68
สมมติฐานปี 2569F ของเราออกเชิงอนุรักษ์นิยมกว่า guidance ของบริษัท
ในปี 2569F SPALI ตั้งเป้าพรีเซลอยู่ ราว 3.0 หมื่นล้านบาท (+14% YoY), รายได้ราว 2.7 หมื่นล้านบาท(+10–15% YoY) และมูลค่าการเปิดโครงการใหม่รวมราว 3.5 หมื่นล้านบาท (+19% YoY) ซึ่งมุ่งเชิงรุกกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ อย่าง Land and Houses (LH.BK/LH TB)* และ Sansiri (SIRI. BK/ SIRI TB)* ที่ตั้งเป้าพรีเซล การเปิดโครงการใหม่จะเติบโตเป็นเลขเพียงหลักเดียว ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญอสังหาฯ มองว่าการฟื้นตัวของตลาดเป็นไปอย่างช้า ๆ จากจุดต่ำสุดปี 2568 ดังนั้นเราจึงตั้งสมมติการเติบโตเป็นเลขเพียงหลักเดียว ส่วน margin ก็ยังอ่อนตัวจากการแข่งขันในตลาดสูงและอุปสงค์อ่อนแอด้วย นอกจากนี้ SPALI ยังคาดพรีเซลจากบริษัทร่วมทุน (JV) ในออสเตรเลียจะโตต่ำเพียง 2% YoY อยู่ที่ AUD680ล้านและจะมีส่วนแบ่งกำไรจาก JV ทรงตัว YoY
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F–69F ลงใหม่
ขณะนี้ เราปรับลดกำไรปี 2568F ลง 3% เหลือ 3.9 พันล้านบาท (-37% YoY) และปี 2569F ลง 8% เหลือ 4.48 พันล้านบาท (+14% YoY) จากการโอนคอนโด 3 โครงการมูลค่ารวมราว 6 พันล้านบาท (ขายได้แล้ว 46%) ส่วนยอดขายรอโอน (backlog) ที่จะรับรู้ในปี 2570F ค่อนข้างน้อย ดังนั้น เราคาดกำไรปี 2570F จะโตเพียง 4% ที่ 4.7 พันล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักจะมาจากส่วนแบ่งกำไร JV ในออสเตรเลียโดยที่ backlog รวมที่ 1.36 หมื่นล้านบาท จะถูกรับรู้รายได้ในปี 2569F ที่ 7.35 พันล้านบาท (28% ของรายได้ที่อยู่อาศัย) กับปี 2570F ราว 711 ล้านบาทส่วนที่เหลือจะรับรู้นับจากปี 2571F เป็นต้นไป
Valuation & Action
หลังจากเราปรับลดกำไรลงใหม่ ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ลดจากเดิม 17.20 บาทอยู่ที่ 15.60 บาท อิงจาก PE ปี 2569F ที่ 6.8x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มอสังหาฯ และเราปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ขาย” จากถือ
Risks
ภาวะเศรษฐกิจ ความหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล มาตรการปล่อยสินเชื่อเข้มงวดขึ้นท่ามกลางการยืดหนี้สินในระดับสูงของภาคครัวเรือนรวมทั้งการขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ








