บล.เอเซีย พลัส: 

OSP คาดกำไรปกติ 4Q68 โตได้ทั้ง QoQ และ YoY

Flash Points

• คาด OSP มีกำไรสุทธิงวด 4Q68 อยู่ที่ 686 ล้านบาท (-2% QoQ, +21% YoY) โดยกำไรที่ลดลงเล็กน้อย QoQ เป็นผลมาจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างสายการผลิตเครื่องดื่มราว 130 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 816 ล้านบาท (+17% QoQ, +33% YoY) เนื่องจาก 1) คาดยอดขายเพิ่มขึ้น 14% QoQ จากการเติบโตของทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มในต่างประเทศที่เติบโตสูงจากปัจจัยฤดูกาล และ 2) คาดอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ปรับขึ้นราว 1.0% มาอยู่ที่ 39.5% เป็นผลจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของยอดขายสินค้าเครื่องดื่มในต่างประเทศที่มีมาร์จิ้นสูง และการประหยัดต่อขนาด

• ส่วนกำไรที่เติบโตดี YoY เป็นผลมาจากมาร์จิ้นที่ดีขึ้น เนื่องจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงราคาต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้คาดค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง จากการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ

Impact Insight

• ถึงแม้ว่าแนวโน้มกำไรปกติใน 4Q68 ดีกว่าที่เราเคยประเมินไว้ก่อนหน้าเล็กน้อยที่มองว่าน่าจะไม่ต่างกับ 3Q68 มากนัก แต่กำไรปกติทั้งปี 2568 น่าจะใกล้เคียงกับประมาณการเดิมของเราที่ 3.3 พันล้านบาท (+10% YoY) ทั้งนี้ แนวโน้มยอดขายและกำไรของบริษัทน่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ใน 1Q69 จากแรงหนุนปัจจัยฤดูกาลและฐานต่ำของยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศในปี 2568

Execution

• เรายังคงประมาณการกำไรปกติที่ 3.6 พันล้านบาท (+7% YoY) เนื่องจากเป้าหมายการเติบโตยอดขายของบริษัทที่ 4%-6% ใกล้เคียงกับที่เราประเมินไว้ ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “Underperform” และประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 14.60 บาท (คงระดับ PER ที่ 12.2 เท่า หรือ -1.5 S.D.) แม้คาดว่ากำไรน่าจะปรับตัวขึ้นได้ใน 4Q68-1Q69 แต่เรายังกังวลต่อภาพการเติบโตของบริษัทในระยะกลางถึงยาว เนื่องจาก 1) การเติบโตยอดขายต่างประเทศในระดับที่บริษัทคาดหวังดูเป็นเรื่องที่ท้าทาย จากการแข่งขันที่น่าจะเพิ่มขึ้นในตลาดเมียนมา 2) ยังไม่เห็นกลยุทธ์ในการพลิกฟื้นส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่เด่นชัด และ 3) บริษัทเริ่มมีข้อจำกัดในการปรับลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มากกว่าปัจจุบัน หลักจากที่ปรับปรุงประสิทธิภาพไปมากแล้วในปี 2568

คาดกำไรปกติ 4Q68 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY

ฝ่ายวิจัยคาด OSP มีกำไรสุทธิงวด 4Q68 อยู่ที่ 686 ล้านบาท (-2% QoQ, +21% YoY) โดยกำไรที่ลดลงเล็กน้อย QoQ เป็นผลมาจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างสายการผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นการรวมศูนย์โรงงานผลิตขวดแก้วและโรงบรรจุเครื่องดื่มไว้ในที่เดียวกัน เพื่อความสะดวกในด้านบริหารจัดการและโลจิสติกส์ แต่การดำเนินงานดังกล่าวทำให้มีค่าใช้จ่ายพิเศษราว 130 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรปกติจะอยู่ที่ 816 ล้านบาท (+17% QoQ, +33% YoY) โดยมีปัจจัยสำคัญ ดังนี้

  1. คาดยอดขายเพิ่มขึ้น 14% QoQ มาเป็น 6.4 พันล้านบาท ได้แรงหนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มในต่างประเทศที่เติบโตสูงจากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งตลาดเมียนมายังเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัท ส่วนกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มในประเทศมีการเติบโตเล็กน้อยตามการพัฒนาช่องทางจัดจำหน่าย และการออกสินค้าใหม่ ด้านกลุ่มสินค้าของใช้ส่วนบุคคลได้แรงหนุนจากการออกสินค้าใหม่เช่นกัน
  2. คาดอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ปรับขึ้นราว 1.0% มาอยู่ที่ 39.5% เป็นผลจากสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของรายได้สินค้าเครื่องดื่มในต่างประเทศที่มีมาร์จิ้นสูง (product mix) ประกอบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วยในเรื่องการประหยัดต่อขนาด
  3. ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 3% เป็น 27.4% จากค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างสายการผลิตเครื่องดื่มเป็นหลัก หากไม่รวมรายการพิเศษ คาดค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามการทำการตลาดของสินค้าใหม่

ส่วนกำไรที่เติบโตดี YoY แม้คาดว่ายอดขายจะชะลอลงเล็กน้อย 1% YoY เป็นผลมาจากมาร์จิ้นที่ดีขึ้น เนื่องจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงราคาต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ คาดค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลง จากความพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ

แนวโน้มกำไร 1Q69 ยังเติบโตต่อเนื่องตามฤดูกาล และฐานต่ำ

แนวโน้มยอดขายและกำไรของ OSP น่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ใน 1Q69 โดยในส่วนของ QoQ จะได้แรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล ที่ยอดส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังจะเป็น high season ในช่วงไตรมาสแรกของปี ส่วนในแง่ YoY จะได้ผลบวกจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว เพราะเป็นช่วงที่บริษัทบริหารจัดการสต็อกของคู่ค้า ทำให้ยอดขายเครื่องดื่มในประเทศต่ำกว่าปกติ อย่างไรก็ดี ผลบวกจะถูกลดทอนลงจากยอดส่งออกเครื่องดื่มไปกัมพูชาที่ปัจจุบันเป็นศูนย์ จากปัญหาความขัดแย้งชายแดน ทั้งนี้ สำหรับทั้งปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตยอดขายไว้ที่ราว 4%-6% โดยบริษัทคาดหวังการเติบโตยอดขายในต่างประเทศ และการออกสินค้าใหม่ มาเป็นปัจจัยช่วยผลักดันยอดขาย ขณะที่มองภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังยังไม่สดใสนักตามภาวะเศรษฐกิจ

คงคำแนะนำ “Underperform” ประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 14.60 บาท

ถึงแม้ว่าแนวโน้มกำไรปกติใน 4Q68 ดีกว่าที่เราเคยประเมินไว้ก่อนหน้าเล็กน้อยที่มองว่าน่าจะไม่ต่างกับ 3Q68 มากนัก แต่กำไรปกติทั้งปี 2568 น่าจะใกล้เคียงกับประมาณการเดิมของเราที่ 3.3 พันล้านบาท (+10% YoY) สำหรับปี 2569 เรายังคงประมาณการกำไรปกติที่ 3.6 พันล้านบาท (+7% YoY) เนื่องจากเป้าหมายการเติบโตของบริษัทใกล้เคียงกับที่เราประเมิน ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “Underperform” และประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 14.60 บาท (คงระดับ PER ที่ 12.2 เท่า หรือ -1.5 S.D.) แม้คาดว่ากำไรน่าจะปรับตัวขึ้นได้ใน 4Q68-1Q69 แต่เรายังกังวลต่อภาพการเติบโตของบริษัทในระยะกลางถึงยาว เนื่องจาก 1) การเติบโตยอดขายต่างประเทศในระดับที่บริษัทคาดหวังดูเป็นเรื่องที่ท้าทาย จากการแข่งขันที่น่าจะเพิ่มขึ้นในตลาดเมียนมา 2) ยังไม่เห็นกลยุทธ์ในการพลิกฟื้นส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่เด่นชัด และ 3) บริษัทเริ่มมีข้อจำกัดในการปรับลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มากกว่าปัจจุบัน หลังจากที่ปรับปรุงประสิทธิภาพไปมากแล้วในปี 2568

- Advertisement -