ADVANC โชว์ผลงานปี 2568 แข็งแกร่ง รายได้ทะลุ 2.26 แสนล้าน กำไรสุทธิ Q4 พุ่งเด่น รับดีมานด์ดาต้า–5G โตต่อเนื่อง บอร์ดไฟเขียวปันผลรวมทั้งปี 34.30 บาทต่อหุ้น

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งจากทุกธุรกิจหลัก โดยมีรายได้ปี 2568 รวม 226,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อน กำไรสุทธิที่ 47,886 ล้านบาท เติบโต 37% เทียบกับปีก่อนสะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และมีกำไรปกติ (Normalized profit) อยู่ที่ 46,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบกับปีก่อน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 21.2% (อัตรากำไรปกติ 20.3%) เพิ่มขึ้นจาก 16.4% ในปี 2567 โดยได้แรงหนุนจากการมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนและประโยชน์จากรายการพิเศษเพียงครั้งเดียวทางภาษี

ในปี 2568 เอไอเอสมีกำไร EBITDA อยู่ที่ 123,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% เทียบกับปีก่อน สูงกว่าประมาณการที่บริษัทได้ให้ไว้ เป็นผลจากการเติบโตของรายได้ที่มุ่งเน้นคุณภาพ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในขณะที่ อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 54.5% ขยายตัวจาก 53.1% ในปี 2567

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 รายได้จากการให้บริการหลักอยู่ที่ 44,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.8% จากไตรมาสก่อนหน้า จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงปัจจัยทางฤดูกาลของธุรกิจมือถือ

รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโต 7.3% เทียบปีก่อน และ 3.7% เทียบไตรมาสก่อน จาก ARPU ที่ปรับตัวดีขึ้น ตามกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้าคุณภาพ การผลักดันแพ็กเกจ 5G และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ขณะที่รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขยายตัว 9.2% เทียบปีก่อน และ 1.3% เทียบไตรมาสก่อน จากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องและ ARPU ที่สูงขึ้น จากการนำเสนอแพ็กเกจที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้า

ด้านรายได้จากบริการลูกค้าองค์กร เพิ่มขึ้น 2.3% เทียบปีก่อน สะท้อนความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลของภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปรับลดลง 4.3% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีการรับรู้รายได้โครงการคลาวด์ขนาดใหญ่ไปแล้วในไตรมาส 3/2568 ส่วนรายได้จากบริการอื่นปรับลดลง 22% เทียบปีก่อน จากรายได้โรมมิ่งกับ NT ที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% จากไตรมาสก่อน จากรายได้บริการประกันมือถือที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย iPhone 17

ขณะที่รายได้จากการขายอุปกรณ์และซิมเติบโตโดดเด่น เพิ่มขึ้น 19% เทียบปีก่อน และ 53% จากไตรมาสก่อน จากความต้องการ iPhone 17 ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้อัตรากำไรจากการขายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 5.7% สะท้อนการปรับกลยุทธ์ของธุรกิจค้าปลีก การยกระดับศักยภาพพนักงานขาย และความต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ของผู้บริโภค

ด้านต้นทุนการให้บริการลดลง 9.3% เทียบปีก่อน และลดลง 2.7% จากไตรมาสก่อน โดยหลักมาจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ลดลง หลังสิ้นสุดสัญญาเชื่อมต่อโครงข่าย 2100MHz กับ NT และการตัดค่าเสื่อมสินทรัพย์โครงข่าย 3G ครบจำนวน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลงถึง 28% เทียบปีก่อน และ 17% จากไตรมาสก่อน แม้หากไม่รวมผลกระทบจากสัญญาดังกล่าว ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายปกติจะเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

กำไร EBITDA ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 8.9% เทียบปีก่อน จากการขยายตัวของธุรกิจโดยรวมและการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 14,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 54% เทียบปีก่อน สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ต้นทุนคลื่นความถี่และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยมีอัตราต้นทุนการกู้ยืมเฉลี่ย 2.7% และการใช้ประโยชน์จากผลขาดทุนสะสมทางภาษี ส่วนกำไรสุทธิปกติอยู่ที่ 12,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% เทียบปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3.9% จากไตรมาสก่อนหน้า

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น และเสนอจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสะสมอีก 19.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 34.30 บาทต่อหุ้น สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ในอัตรา 6.89 บาทต่อหุ้น ทำให้เงินปันผลที่เหลือสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 27.41 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30 เมษายน 2569

- Advertisement -