ทดสอบแนวต้าน 1345-1350 หากไม่ผ่านแบ่งขายทำกำไร
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวานนี้ปิดลบ 166.67 จุด (-0.34%) จากความวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะทำให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เผชิญการแข่งขันดุเดือดขึ้น ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.6% จากข่าวกองทัพสหรัฐฯ ยิงทำลายโดรนของอิหร่านอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้
Market Outlook
วานนี้ทองคำและน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น สวนทางกับหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง เนื่องจากมีแรงกดดันจาก (1) การเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นและ (2) ความระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet และ Amazon จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ทองคำฟื้นตัวปรับตัวขึ้นกว่า 6% เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 วันทำการก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จากหลายสำนักรวมถึง JPMorgan ยังมีมมมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ ขณะที่ค่าเงินดอลล่าร์กลับมาอ่อนค่า ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกชัตดาวน์บางส่วน กำลังส่งผลกระทบต่อการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ รวมถึงข้อมูลการรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือน ม.ค. ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. จะถูกเลือนออกไปเช่นกัน อย่างไรก็ดี สถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายลงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในมาตรการจัดสรรงบประมาณวงเงินขนาดใหญ่เมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) ส่งผลให้การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันเสาร์ (31 ม.ค.) ยุติลง การรายงานตัวเลขสำคัญเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคืนนี้ 1) การจ้างงานภาคเอกชน (ADP Private Nonfarm Payroll) ผลสำรวจ Bloomberg คาดการจ้างงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่งในเดือน ม.ค. จากเพิ่ม 41,000 ตำแหน่งใน ธ.ค. 2025 2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ม.ค. จาก S&P Global 3) ดัชนีภาคบริการเดือนม.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) และ 4) สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) นอกจากนี้ มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ Eli Lilly (ELI)
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1325 – 1350 หุ้นไทยปรับขึ้นวานนี้แต่มีแรงขายบริเวณแนวต้านหลักที่ 1345-1350 วันนี้ SET มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบแนวต้านหลักอีกครั้ง หลัง ADVANC รายงานผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง และจ่ายเงินปันผลพิเศษ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) กลุ่มท่องเที่ยว (AWC, CENTEL, ERW, MINT) รับเงินบาทที่อ่อนค่า กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
BA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 21.10 บาท)
แนวโน้มใน 4Q25 คาดเห็นการอ่อนตัวลงจาก 3Q25 ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ยอดจองตั๋วล่วงหน้าแล้ว เส้นทางสมุยยังเติบโตได้ แม้เส้นทางอื่นจะลดลง ซึ่งทำให้ BA มีการปรับเส้นทางใหม่ โดยพันมาเน้นเส้นทาง เข้าออกเกาะสมุยเพิ่มขึ้นที่จะยังช่วงรักษากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้
OSP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท)
แนวโน้มใน 4Q25 คาดกำไรปกติใน 4Q25 เติบโตแข็งแกร่งที่ 820 ล้านบาท (+33% YoY) หนุนจากประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง ส่งผลให้คำไรปกติในปี 2025 เติบโต 15% YoY นอกจากนี้ ใน 1Q26 คาดกำไรปกติเติบโต YoY ต่อเนื่องจ ากทิศทางยอดขายช่วง OTD ของ 1Q26 เติบโตได้ตามเป้าหมายของบริษัท ทั้งนี้ คาดผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.8% ในปี 2026









