บล.พาย

FINANCE: คาดกำไรสุทธิรวมใน 4Q25 เติบโต YoY  (OVERWEIGHT)

TOP PICK: MTC, TIDLOR

คาดการณ์กำไรสุทธิรวมใน 4Q25 ที่ 6.4 พันล้านบาท (+12% YoY, -1% QoQ) งบดุลมีเสถียรภาพ และ NPL ratio ลดลงที่ 2.4% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในปี 2025 ขยายตัว 8% YoY สำหรับแนวโน้มในปี 2026 แม้เป็นปีที่ท้าทายมากขึ้นด้านเศรษฐกิจ เราคาดกำไรสุทธิรวมสามารถขยายตัวต่อเนื่องราว 8% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวหนุนจากสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้น ด้านคุณภาพสินเชื่อมีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง เพราะลูกค้าของกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ค่อนข้างอ่อนไหวต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยการเติบโตอย่างระมัดระวังมากขึ้น มาตรการความช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา และเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ดีขึ้น คุณภาพสินเชื่ออยู่ระดับควบคุมได้ ด้านการลงทุน น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” เลือก MTC TIDLOR เป็นหุ้นเด่น ขณะที่กลุ่มธุรกิจบัตรเครดิต เลือก KTC

กำไรสุทธิรวมใน 4Q25 เติบโต YoY แต่ทรงตัว QoQ

  • คาดกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ 4 แห่ง (KTC, MTC, SAWAD, TIDLOR) รายงานกำไรสุทธิรวมที่ 6.4 พันล้านบาท (+12% YoY, -0.5% QoQ) การเติบโต YoY หนุนจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว (2) รายได้ที่มีใช่ดอกเบี้ยขยายตัวจากค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าธุรกิจประกัน และ (3) สำรองหนี้ฯ ลดลง
  • คาด MTC จะรายงานกำไรสุทธิแข็งแกร่งที่ 1.8 พันล้านบาท (+14% YoY, +2% QoQ) ด้าน SAWAD คาดกำไรที่ 1.3 พันลบ. (+3% YoY, -5% QoQ) และ TIDLOR มีกำไรที่ 1.3 พันลบ. (+22% YoY, -9% QoQ) ขณะที่ KTC รายงานกำไรสุทธิออกมาที่ 2.1 พันลบ.(+10% YoY, +6% QoQ)

สินเชื่อรวมเร่งตัวขึ้นใน 4Q25 หนี้เสียเพิ่มขึ้นในระดับควบคุมได้

  • คาดสินเชื่อรวมใน 4Q25 ขยายตัวแข็งแกร่งที่ 2.8% QoQ ส่งผลให้ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 5.6% YoY หนุนจากการเติบโตสินเชื่อของทุกบริษัท โดยเฉพาะ KTC ที่รายงานสินเชื่อรวมเติบโต 4.4% QoQ จากการขยายตัวของสินเชื่อบัตรเครดิตและบุคคล ขณะที่ MTC (+3.1% QoQ) SAWAD (+1.4% QoQ) และ TIDLOR (+1.8% QoQ) เติบโตจากสินเชื่อจำนำทะเบียนเป็นหลัก
  • หนี้เสียรวมมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และเหตุการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดทางภาคใต้ เราคาดหนี้เสียรวมปรับสูงขึ้น 2% QoQ ที่ 12.2 พันลบ. อย่างไรก็ดี NPL ratio เฉลี่ยลดลง QoQ ที่ 2.4% จาก 2.5% ใน 3Q25 เนื่องจากฐานสินเชื่อที่ขยายตัวในอัตราใกล้เคียงกัน
  • ในปี 2025 คาดกำไรสุทธิรวม (รวม AEONTS) จะเติบโต 8% YoY หนุนจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวล้อกับการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะเติบโตราว 5.6% (2) รายได้ที่มใช่ดอกเบี้ยสูงขึ้นจากค่าธรรมเนียมนายหน้าธุรกิจประกันวินาศภัย และ (3)สำรองหนี้ฯ ลดลง และการขาดทุนรถยึดลดลงจากราคาของรถยนต์มีเสถียรภาพมากขึ้น
  • แม้เศรษฐกิจแนวโน้มชะลอตัวในปี 2026 คาดกำไรสุทธิรวมปรับสูงขึ้นต่อเนื่องราว 8% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมปรับสูงขึ้น โดยมองว่าบริษัทไมโครไฟแนนซ์ทั้ง 5 แห่งจะรายงานกำไรเติบโตในปี 2026 นำโดย MTC ที่คาดกำไรเติบโตสูงราว 13% SAWAD (+10%) TIDLOR (+9%) AEONTS (+5%) และ KTC (+4%)
  • กลุ่มไมโครไฟแนนซ์มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่สูงมาก เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 4.1% ในปี 2026 โดยคาดว่า AEONTS KTC และ SAWAD ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าคู่แข่งที่ราว 5.0-5.7%

คงน้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด” เลือก MTC TIDLOR เป็นหุ้นเด่น

  • น้ำหนักการลงทุน “มากกว่าตลาด”เนื่องจาก (1) การเติบโตต่อเนื่องของกำไรสูงต่อเนื่อง 8% ในปี 2025-26 (2) คุณภาพสินเชื่อแนวโน้มทรงตัว (3) อัตราดอกเบี้ยลดลงส่งผลบวกต่อ NIM ปรับเพิ่มขึ้น และ (4) Valuation น่าสนใจสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ Downside risk ค่อนข้างจำกัด กลุ่มฯ ซื้อขายเฉลี่ยที่ 1.2x PBV’26E เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี (2020-2024) ที่ 3.3x และ 8.7x PE’26E PBV’26E เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 18.5x
  • เลือก MTC และ TIDLOR เป็นหุ้นเด่นจาก (1) การเติบโตของกำไรสูงต่อเนื่องในปี 2026 (2) การควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่ดี และงบดุลแข็งแคร่ง และ (3) ROE ระดับสูง
  • กลุ่มธุรกิจบัตรเครดิต เลือก KTC จากงบดุลแข็งแกร่ง หนี้เสียต่ำ และ Coverage ratio สูงพร้อมเผชิญความผันผวนในอนาคตและ (2) ผลตอบแทนเงินปันผลสูง 5% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่ 4% ในปี 2026
- Advertisement -