บล.พาย
ERW: The Erawan Group PCL
กำไรปกติปี 2026 คาดฟื้นตัวจากฐานต่ำ
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” และปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานที่ 3.00 บาท (เดิม 2.4 บาท) หลังมีสัญญานการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวดีขึ้น และการเติบโตของโรงแรมในกลุ่ม Hop Inn ที่คาดทำได้ดีต่อเนื่อง โดยมองกำไรปกติ 4025 ที่ 331 ล้านบาท (-49% YoY, +304% QoQ) ฟื้นตัวจากปัจจัยฤดูกาล แต่ลดลง YoY ด้วยอัตราเข้าพัก (Occupancy) ทรง ตัว YoY ขณะที่อัตราค่าที่พัก (ADR) รวมปรับตัวลดลง – 6% YoY ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพักรวม (RevPar) อ่อนแอ – 5% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรปกติมีโอกาสเติบโตในปี 2026 ที่ราว 11% YoY หนุนจากการ ฟื้นตัวนักท่องเที่ยวกลุ่มกลางบนจากฐานต่ำใน 2Q-3Q26 และคาด อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัวที่ 45% และ EBITDA Margin ที่ 32%
คาดผลประกอบการใน 4Q25 เติบโต QoQ แต่อ่อนแอ YoY
กำไรปกติใน 4Q25 คาดอยู่ที่ 331 ล้านบาท (-49% YoY, +304% QoQ) เติบโตตามปัจจัยฤดูกาล แม้อ่อนแอจากยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอ ตัว YoY ก็ตาม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมระดับกลางบน คาด RevPar ที่ราว 2.9 พันบาท (-4% YoY) ขณะที่กลุ่มประหยัด RevPar ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง +6% YoY โดยมองเป็นผลบวกจากการขยายธุรกิจที่รวดเร็วจากช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดอ่อนตัวที่ 48% (-2 ppts YoY, +7 ppts QoQ) สอดคล้องกับการชะลอตัวของธุรกิจ ขณะที่ SG&A/Sales มองทรงตัวที่ 25% (+1 ppts YoY, -3 ppts QoQ)
คาดแนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2026
- หลังมีสัญญานการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศการตรุษจีน (13-22 ก.พ.) โดยประเทศไทยติดจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 จากผลสำรวจ outbound ประเทศจีนเดือนม.ค.(สัดส่วนรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ราว 8%) ขณะที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (nnn.) ตั้งเป้าการเติบโตของ นักท่องเที่ยวรวม +10% YoY
- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2025-26 ที่ 796 ล้านบาท (+8% จากเดิม) และ 880 ล้านบาท (+3% จากเดิม) ตามลำดับ จากกำหนดการ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยชัดเจนมากขึ้นทั้ง Feel All the Feeling Campaign, การจัดประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings (12-18 ต.ค.) และ Tomorrowland (11-13 ธ.ค.) เป็นต้น โดยคาด EBITDA Margin ทรงตัวที่ 31% 32% และมีกำหนดการปรับปรุง Grand Hyatt ใน 2026 คาดกดดันรายได้กลุ่ม Luxury ช่วงกลางปี
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 3.00 บาท
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ประเมินมูลค่าปี 2026 ที่ 3.00 บาท (เดิม 2.40บาท) จากคาดการเติบโตระยะยาว (TG) เพิ่มขึ้นที่ 1.8% (เดิม 1%) หลังมีสัญญานเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว และการเติบโตของรายได้กลุ่ม Hop Inn ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยคำนวนด้วยวิธีการคิดลดกระแสเงินสด (DCF) บน WACC 8% เป้าเทียบเท่า PE 17x โดยซื้อขาย EV/EBITDA 26 ที่ 9x และ PE’26 15x (-1.5SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่ 11x และ 20x ตามลำดับ








