KS Daily View 6 ก.พ. 2026>>> วันนี้เราประเมิณ SET index ที่ 1,335-1,355 จุด เป็นภาพของการพักฐานต่อจากวานนี้เนื่องด้วยตลาดจับตาดูการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด แนะนำ CPN และ MRDIYT
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,346.23 ลดลง 0.31 จุด (-0.02%) จากการปรับตัวลงของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักที่กดดัน SET index ราว 7 จุด ตาม sentiment เชิงลบของ Global tech ที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อหุ้นไทยเพิ่มต่อเนื่อง มียอดซื้อสุทธิราว 4.2 พันลบ. เร่งตัวจากวันก่อนหน้า โดยคาดว่าได้แรงหนุนต่อเนื่องจาก Outflow จากตลาด Indonesia วันนี้เราประเมิณ SET index ที่ 1,335-1,355 จุด เป็นภาพของการพักฐานต่อจากวานนี้เนื่องด้วยตลาดจับตาดูการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด ทั้งนี้หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วจะหนุนบรรยากาศการลงทุนหลังเลือกตั้งเป็นบวกต่อได้ โดยเฉพาะกลุ่ม domestic play ทีมีโอกาสกลับมา outperform อย่างกลุ่มการเงิน อสังหา และค้าปลีก
ในส่วนของปัจจัยในต่างประเทศ ตลาดแรงงานสหรัฐส่งสัญญาณอ่อนแอ โดนตัวเลข JOLTs Job Openings เดือน ธ.ค. ออกมาต่ำกว่าที่คาด ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด อย่างไรก็ตามตลาดยังคงรอ Job data เพิ่มเติมอย่าง Nonfarm payroll และเลขอัตราการว่างงานที่จถูกเลื่อนไปรายงานในสัปดาห์หน้า หลังสหรัฐอยู่ในภาวะ Government shutdown กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ CPN ด้วยแนวโน้มผลประกอบการ 4Q25 ที่แข็งแกร่ง และ MRDIYT ที่คาดว่าจะมีผลประกอบการ 4Q25 โดดเด่นกว่ากลุ่มประกอบกับเก็ง sentiment เชิงบวกของกลุ่ม domestic play หลังเลือกตั้ง
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม หลังสัญญาณตลาดแรงงานสหรัฐอ่อนแอลง โดย FedWatch Tool ชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% เพิ่มเป็น 22.7% จาก 9.4% หลังตัวเลข JOLTs Job Openings เดือน ธ.ค. ออกมาที่ 6.54 ล้านตำแหน่งตำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 7.20 ล้านตำแหน่ง
- ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเกือบ 3% ในคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางความผันผวน หลังสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงจัดการเจรจาที่โอมาน ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันจากอิหร่าน โดยเบรนท์ปิดที่ 67.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ปิดที่ 63.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นลบกกับ PTTEP จาก average selling price ที่ปรับตัวลดลง
- ททท.คาดว่าเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ช่วงวันที่ 13–22 ก.พ. จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ ประมาณ 1.25 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวจีนประมาณ 241,000 คน หนุนให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยรวมกว่า 3.5 ล้านคนเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน ทั้งนี้ททท.จัดกิจกรรมหลักในกรุงเทพฯ และหาดใหญ่ พร้อมสนับสนุนงานตรุษจีนในนครสวรรค์และสุพรรณบุรี กระตุ้นภาคการท่องเที่ยวมองเป็นบวกกับ CENTEL ERW SHR AWC
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยเดือนมกราคม 2569 ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.6 จาก 51.8 จากเดือนก่อนหน้าและต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากแรงหนุนบรรยากาศปีใหม่ การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และความคาดหวังต่อการเลือกตั้งและรัฐบาลใหม่ที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มเป็น 58.4 สะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้น มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับกลุ่มค้าปลีกเล็กน้อย
- ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี โดย ณ วันที่ 1 ก.พ. 2569 มีเงินสุทธิ 505 ล้านบาท จากเดิมเมื่อปลายเดือน ม.ค. ยังติดลบ 428 ล้านบาท ทั้งนี้ สกนช.อยู่ระหว่างจัดทำแผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ ปี 2025-2029 เพื่อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ โดยจะทบทวนเงื่อนไขการใช้เงินกองทุน รวมถึงความเหมาะสมของเพดานราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ PTG และ OR
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
CPN: ราคาพื้นฐาน 72.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CPN จากปี 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขยายตัวครั้งใหม่ หลังจากช่วงชะลอตัว 2022–2024 โดยรายได้มีแนวโน้มกลับมาเติบโตเลขสองหลัก จากการเปิดศูนย์ใหม่หลายแห่ง เช่น Central Park (ก.ย. 2025), Central Krabi (ต.ค. 2025), The Central และ NorthVille (ปี 2026) นอกจากนี้การเติบโตจะมาจากทั้งการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เช่าและการเพิ่มขึ้นของค่าเช่า เราคาดว่าด้วยความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดมี CFO margin ที่ระดับ 45% สะท้อนไปยังความมั่นคงของ Balance sheet ด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกันรฟท. เห็นชอบผลการเจรจาสัญญาเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าสามเหลี่ยมพหลโยธิน เซ็นทรัล ลาดพร้าว ขนาด 47.22 ไร่ กับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด เป็นสัญญาใหม่ระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปลายปี 2571 ถึงปี 2601 คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาใหม่ได้ภายในเดือนมีนาคม 2026 ช่วยลด overhang ของเรื่องการต่อสัญญา
MRDIYT: ราคาพื้นฐาน 10.10 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MRDIYT และเลือกเป็น Top pick ในกลุ่ม Commerce โดยเราชอบ MRDIYT จากความสามารถในการเติบโตที่ทำได้อย่างแข็งแกร่งโดย SSSG ใน 4Q25 อยู่ที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบกับกลุ่ม commerce ที่ติดลบราว -3.3% จากสภาวะเศรษฐกิจของไทยที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องและภาค domestic consumption ที่อ่อนแอลงพร้อมกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 32.9mn ในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยเราคาดว่างบ MRDIYT ใน 4Q25 จะออกมาเติบโตได้ราว 38%yoy และ 42%qoq แข็งแกร่งสุดในกลุ่ม รายได้ที่ปรับตัวเพิ่มราว 21.9% มาจาก SSSG 4Q25 +1.9% และการขยายสาขาเพิ่มใน 4Q25 ที่ 55 สาขา ในขณะที่ SGA to sale ยังควบคุมได้ดีต่อเนื่องอยุ่ที่ 31.3% ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นมีการรายงานกำไรใน 4Q25 ที่ติดลบเป็นส่วนใหญ่
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกน (Michigan Consumer Sentiment) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 55.0 จุดชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 56.4 จุด








