บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Thailand Power Sector: กำไรเติบโตแข็งแกร่ง YoY และแนวโน้ม 1Q69 เป็นบวก
คงมุมมองเชิงบวก หุ้นเด่น BCPG (ราคาเป้าหมาย 10 บาท)
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าไทย ด้วยเหตุผลหลักดังนี้ 1) คาดว่าจะไม่เกิดความไม่สอดคล้องระหว่างอัตราค่าไฟฟ้าและต้นทุนพลังงานเพิ่มเติม ทำให้กลุ่มนี้กลับมาเป็นสินทรัพย์เชิงรับ (defensive) อย่างแท้จริง 2) คาดว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะภายในปีนี้ โดยมีแผนกำลังผลิตใหม่สูงกว่าร่างเดิมในปี 67 อย่างมีนัยสำคัญ และ 3) คาดว่ากำไรหลักต่อหุ้น (EPS) เฉลี่ยของทั้งกลุ่มจะเติบโต 20% YoY ทั้งนี้ BCPG เป็นหุ้นเด่นของเรา โดยคาดว่าจะมีกำไรหลักเติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 63%
GPSC และ BCPG มีแนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 โดดเด่น
เราคาดว่ากำไรหลักใน 4Q68 ของ GPSC และ BCPG จะโดดเด่นกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มที่เราวิเคราะห์ โดยคาดว่า GPSC จะเติบโตสูงสุด 31% YoY ส่วน BCPG เติบโตสูงสุด 132% YoY การเติบโตของ GPSC หลัก ๆ มาจากฤดูกาลที่เอื้ออำนวยของโครงการ CFXD และได้รับเงินชดเชยความเสีย (Liquidated Damages: LD) ขณะที่การเติบโตของ BCPG มาจาก 1) ราคาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (capacity price) ที่อยู่ในระดับสูงที่ USD270/MW-day ในตลาด PJM และ 2) โครงการ Monsoon Project ซึ่งเป็นฟาร์มกังหันลมในลาว ได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ (COD) ในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้รับรู้รายได้เต็มไตรมาส
กำไรหลักของกลุ่มใน 4Q68 คาดเพิ่มขึ้น 9% YoY
เราประเมินกำไรหลักรวมของกลุ่มใน 4Q68 อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 29% QoQ การเพิ่มขึ้น YoY หลัก ๆ มาจาก 1) การเติบโตของกำไรหลัก BCPG ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 132% YoY และ 2) การเติบโตของกำไรหลัก GPSC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 31% YoY ส่วนการลดลง QoQ มาจาก 1) กำไรหลักของ CKP ที่คาดว่าจะลดลง 56% QoQ จากช่วงโลว์ซีซันของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และ 2) กำไรหลักของ WHAUP ที่คาดว่าจะลดลง 64% QoQ จากการรับรู้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำส่วนเกินที่ลดลง
แนวโน้ม 1Q69
แม้ว่าราคา LNG จะปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 12% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราคาดว่าราคาก๊าซในระบบ (gas pool price) จะยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 4Q68 ที่ประมาณ 300 บาท/MMBTU ซึ่งต่ำลง 10% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าและราคาน้ำมันที่ลดลง สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ERC) ได้ปรับลดค่าไฟฟ้าลงมาอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย ลดลง 7% YoY ซึ่งคาดว่าจะชดเชยผลจากราคาก๊าซที่ลดลง YoY ได้ ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรหลักใน 1Q69 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัท เช่น ราคาค่าความพร้อมจ่ายไฟในตลาด PJM ของ BCPG ที่อยู่ในระดับสูง และรายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำส่วนเกินและปริมาณขายของ WHAUP ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ขณะที่ spark spread คาดว่าจะทรงตัว YoY







