บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

Mega Lifesciences (MEGA TB)

คาดธุรกิจในเมียนมาร์ดีขึ้นในปี 69 พร้อมแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว

เริ่มวิเคราะห์อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 41.60 บาท

เรากลับมาเริ่มต้นบทวิเคราะห์ MEGA อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” จากมุมมองการพลิกฟื้นของกำไรในปี 2569 (+13% YoY) และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4–5% ในช่วงปี 2569-70 นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรหลักจะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 68-73 หนุนโดยการขยายกำลังการผลิตใน 3 ประเทศ ราคาเป้าหมายที่ 41.60 บาท อิง P/E ปี 69 ที่ 16.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 18.3 เท่า ราว 10% ปัจจัยกระตุ้นการปรับมูลค่า (re-rating) ได้แก่ 1) การเติบโตของกำไรหลักแบบ QoQ ใน 4Q68 2) การแล้วเสร็จของกำลังการผลิตใหม่ในอินโดนีเซียเร็วกว่าคาด ความเสี่ยงสำคัญคือ การแข็งค่าของเงินบาท (กระทบรายได้) และความพร้อมของใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมาร์

บริษัทด้านการดูแลสุขภาพที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง

MEGA มีธุรกิจหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตนเองในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและยา (คิดเป็น 59% ของรายได้ ปี 68) และธุรกิจจัดจำหน่าย (คิดเป็น 39% ของรายได้) ในตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริม จุดแข็งสำคัญของ MEGA คือ คุณภาพสูงและความเชื่อมั่นในแบรนด์ ส่งผลให้มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย และอันดับ 2 ในมาเลเซีย สำหรับธุรกิจยา MEGA มุ่งเน้น 1) คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ และ 2) การเลือกตลาดเฉพาะ (niche market) เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลก ทั้งนี้ ตลาดทั้ง 35 ประเทศที่ MEGA ดำเนินธุรกิจคิดเป็นเพียง 2–3% ของยอดขายยาทั่วโลก อีกทั้งบริษัทยังมุ่งเน้นยาที่มีขนาดตลาดต่อประเทศต่อรายการไม่สูงมาก (ประมาณ 10–15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อยา)

การฟื้นตัวในเมียนมาร์ เป็นแรงหนุนให้กำไรกลับมาโตในปี 69

เราคาดว่ากำไรหลักปี 2569 จะเติบโต 13% (หลังจากกำไรหดตัวในปี 67-68) โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ 9% เมียนมาร์ ซึ่งคิดเป็น 31% ของรายได้ปี 69 จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก หลังรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าใน 3Q68 เราคาดว่ารายได้จากเมียนมาร์จะเติบโต 18% ในปี 69 หลังจากหดตัว 13% และ 27% ในปี 67 และปี 68 ตามลำดับ

กำลังการผลิตใหม่หนุนการเติบโตตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

เราคาดว่ากำไรหลักช่วงปี 68-73 จะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี บนสมมติฐานการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 7% ต่อปี หนุนจากกำลังการผลิตใหม่ในอินโดนีเซีย (ต้นปี 70) เมียนมาร์ (ปี 72) และเวียดนาม (ปี 73) ทั้งนี้ กฎระเบียบในอินโดนีเซีย (ตลาดยาขนาด 1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ, CAGR 7% ในปี 68-73) และเวียดนาม (ตลาด 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, CAGR 8% ในปี 68-73) เอื้อต่อการผลิตในประเทศอย่างมาก ดังนั้น กำลังการผลิตใหม่จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของ MEGA ในทั้งสองประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังต่ำกว่า 1%

- Advertisement -