บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Indorama Ventures (IVL.BK/IVL TB)*
PET จะล้นตลาดน้อยลงในปี 2569 หลังผ่านจุดสูงสุดในปี 2568
Event
ประมาณการ 4Q68, ปรับประมาณการเต็มปี, ปรับราคาเป้าหมายและปรับเพิ่มคำแนะนำ
Impact
คาดว่าจะขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญใน 4Q68F เพราะถูกกดดันจากผลขาดทุนจากสต็อก
เราคาดว่า IVL จะขาดทุนสุทธิ 2.0 พันล้านบาทใน 4Q68F แย่ลงจากที่มีกำไรสุทธิ 1.1 พันล้านบาทใน 4Q67 และจากขาดทุนสุทธิ 818 ล้านบาทใน 3Q68 โดยผลประกอบการที่แย่ลงอย่างมาก YoY เป็นเพราะเราคาดว่า core EBITDA margin ใน 4Q68F จะลดลงมาอยู่ที่ US$88/ton (-13% YoY) เนื่องจาก spread ของ PTA และ PET ลดลงในภาวะที่ PET ล้นตลาด ซึ่งคาดว่าจะถึงจุดสูงสุดในปี 2568F ส่วนผลประกอบการที่แย่ลง QoQ เป็นเพราะเราคาดว่าจะมีผลขาดทุนจากสต็อก 1.1 พันล้านบาท แย่ลงจากที่ขาดทุนจากสต็อก 432 ล้านบาท หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก US$70/bbl ในเดือนกันยายน มาอยู่ที่ US$62/bbl ในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ เรายังคาดว่า core EBITDA margin ของ IVL จะลดลง 2% QoQ เป็น US$88/ton เนื่องจาก spread ของ PTA ในซีกโลกตะวันตกลดลง 17% QoQ เป็น US$135/ton แต่อย่างไรก็ตาม spread ของ PET ในซีกโลกตะวันออกฟื้นตัวขึ้น 8% QoQ เป็น US$66/ton นอกจากนี้ เรายังคาดว่าปริมาณยอดขายรวมของบริษัทจะลดลงเล็กน้อย 1% QoQ เป็น 3.19 ล้านตัน เนื่องจากอุปสงค์ PET ต่ำตามฤดูกาลในช่วงหน้าหนาว
ปรับลดประมาณการปี 2568F ลง 28%
เราปรับลดประมาณการปี 2568F ของ IVL ลง โดยคาดว่าจะขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 3.6 พันล้านบาท เป็น 4.6 พันล้านบาท เนื่องจากคาดว่าผลขาดทุนจากสต็อกจะสูงกว่าคาดเป็นหลัก โดยเราได้ปรับสมมติฐานผลขาดทุนจากสต็อกเพิ่มขึ้น 42% เป็น 2.1 พันล้านบาทในปี 2568F หลังจากที่บริษัทขาดทุนจากสต็อก 980 ล้านบาทในงวด 9M68 และเราคาดว่าจะขาดทุนจากสต็อกสุทธิ 1.1 พันล้านบาทใน 4Q68F นอกจากนี้ เรายังปรับสมมติฐาน spread เล็กน้อย โดยปรับลด spread ของ PTA ในซีกโลกตะวันตกลง 8% เป็น US$157/ton, ปรับลด spread ของ PET ในซีกโลกตะวันตกลง 2% เป็น US$226/ton, ปรับลด spread ของ PET ในเอเชียลง 2% เป็น US$64/ton และปรับลด spread ของ MEG ในสหรัฐลง 9% เป็น US$373/ton ดังนั้นเราจึงคาดว่า core EBITDA margin ของ IVL จะลดลง 7% เป็น US$84/ton ในปี 2568F
Valuation & action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 24.50 บาท จาก 20.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 8.0x จาก 7.5x พร้อมทั้งปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ เพื่อสะท้อนถึง i) ผลประกอบการที่คาดว่าจะพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569F และ ii) อุปสงค์ของ PET ที่จะสูงตามฤดูกาลในช่วงหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง โดยเราพบว่าภาวะตลาด PET กำลังปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ spread ของ PET ในเอเชียฟื้นตัวขึ้นมาถึง 51% MoM จาก US$62/ton เป็น US$94/ton ในเดือนมกราคม เพราะได้แรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผนหลายแห่งในภูมิภาค และอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้นในช่วงก่อนตรุษจีน นอกจากนี้ เรายังคาดว่าจากปี 2569F เป็นต้นไป การเติบโตของอุปสงค์ของ PET จะสูงกว่าอุปทานใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในตลาด ซึ่งจะทำให้ภาวะอุปทานล้นตลาดของ PET บรรเทาลงในปี 2569F หลังจากผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2568F (Figure 4)
Risks
ความผันผวนของ spread ของ MEG, PTA, PET, fiber และ integrated oxides & อนุพันธ์







