ประเมิน SET INDEX ตอบรับเชิงบวกจากรัฐบาลที่เชื่อว่ามีเสถียรภาพ
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวก 1206 จุด (+2.5%) รับแรงหนุนจากหุ้น NVIDIA (+7.9%) นักลงทุนมองว่าการใช้จ่ายมหาศาลของ Tech NVIDIA จะได้ประโยชน์ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.7% พลิกฟื้นจากการปรับลงในวันก่อนหน้า
Market Outlook
คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ถ้อยแถลงภายในระบุว่ากลุ่มที่ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ได้แก่ กลุ่มที่มีพอร์ตการลงทุนในหุ้น แต่หากพิจารณาที่ประชาชนที่ไม่มีพอร์ดการลงทุนพบว่าความเชื่อมั่นค่อนข้างย่ำแย่ โดยถูกกดดันจากราคาสินค้าที่สูงรวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะตกงาน สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการ Disrupt จาก Technology แต่อย่างไรก็ตามกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดูจะไม่ได้สนใจปัจจัยข้างต้นมากนัก นักลงทุนส่วนมากไปให้น้ำหนักกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ อย่าง Big Tech (Amazon Alphabet Microsoft) ที่เผยถึงงบลงทุน (Capex) มากถึง 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บางส่วนก็กังวลกับเงินมหาศาลขนาดนี้จะทำกำไรกลับมาได้หรือไม่ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกจะลดความเสี่ยงลง แต่จะดีกับผู้ให้บริการต้นน้ำและกลางน้ำอย่าง TSMC NVIDIA ราคาหุ้น NVIDIA จึงบวกแข็งแกร่งในวันศุกร์
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะให้น้ำหนักกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และเรื่องการเมืองไทย สถิติหลังการเลือกตั้งพบว่าตลาดหุ้นไทยมักตอบรับเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรกด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% นำมาโดยกลุ่มค้าปลีกที่ผลตอบแทนโดดเด่น (+เฉลี่ย 3-4%) ใน 1 สัปดาห์แรก ข้อมูลล่าสุดในเช้านี้พบว่าพรรคภูมิใจไทยครองเสียง ส.ส.ด้วยจำนวน 194 เสียง พรรคประชาชน 116 เสียง พรรคเพื่อไทย 76 เสียง พรรคกล้าธรรม 57 เสียง ประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีคุณอนุทินดำรงค์ตำแหน่งนายกรัฐตรีเช่นเดิม และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพค่อนข้างมาก ตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากปัจจัยนี้ ภายใต้นโยบายภูมิใจไทยที่ค่อนข้างเด่นมาก ที่เกี่ยวกับตลาดหุ้น ได้แก่ (คนละครึ่งพลัส) มองเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) และกลุ่มอื่นๆ อย่างรับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มเครื่องดื่มและการเงิน (MTC SAWAD CBG ICHI) หลังจากนี้รอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลเชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน
วันนี้ประเมิน SET INDEX มีโอกาสปรับขึ้นในกรอบ 1350 – 1380 รับเสถียรภาพรัฐบาลที่ชัดเจนลดความวุ่นวายทางการเมือง และคาดหวังถึงนโยบายกระตุ้นในช่วงถัดไป ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแม้การเมืองจะเป็นบวกแต่ก็ต้องยอมรับว่า SET INDEX ปรับขึ้นมา 8.8% จากจุดตำสุดเดิมก็ถือว่า Price In ปัจจัยเลือกตั้งไปพอสมควรแล้ว แต่ยังคาดหวัง Upside ได้อีกเล็กน้อยจากความมั่นคงรัฐบาลเน้น Trading ในหุ้นกลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) รับเหมาก่อสร้าง (STECON) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) เครื่องดื่ม (ICHI)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
STECON (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 9.40 บาท)
แนวโน้ม 4Q25 คาดเห็นการฟื้นตัวได้อย่างมากจาก 3Q25 หลังหลายโครงการมีกำหนด ส่งมอบภายในปี 25 อย่างเช่นงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มี มูลค่ากว่า 6,400 ล้านบาท ขณะที่การเซ็นสัญญางานใหม่ในปี 25 อาจจะต่ำเป้าที่ระดับ 50,000 ล้านบาทไปเล็กน้อย เพราะงานภาครัฐชะลอตัว อย่างไรก็ตาม STECON มีงานภาคเอกชนเข้ามาชดเชยทำให้งานใหม่ในปี 25 นี้จะยังสูงกว่า 40,000 ล้านบาท
CPAXT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 18.00 บาท)
คาดธุรกิจขายส่ง (Makro) รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น YoY ใน 4Q25 หนุนจากรายได้ 7.4 หมื่นล้านบาท (+ 3%YoY) หนนจากการขยายสาขา 2 สาขา Makro ที่ขอนแก่นและเมียนมา รวมถึงรับรู้ยอดขายจาก Lucky Frozen เต็มไตรมาส









