บล.พาย:
KBANK: Kasikornbank PCL
เน้นบริหารเงินกองทุนในภาวะกำไรชะลอตัว
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” มูลค่าพื้นฐานที่ 210 บาท เนื่องจากผลตอบแทนการลงทุนที่น่าดึงดูดมากขึ้น กอปรกับ Valuation อยู่ระดับต่ำ คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 8%, TG 2%) อิงจาก 0.8x PBV’26E เรามีมุมมองเป็นกลางหลังการประชุมนักวิเคราะห์ โดยมองว่ากลยุทธ์ธุรกิจในปี 2026 อาจไม่ได้แตกต่างอย่างจากในปี 2025 ให้ความสำคัญการบริหารความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่แนวโน้มชะลอตัว โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 จะปรับลดลง 2% เนื่องจาก NIM ปรับลดลง นอกจากนี้มองว่า KBANK จะให้ความสำคัญต่อการบริหารเงินกองทุนด้วยการจ่ายเงินปันผลสูง และออกโครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง โดยคาด KBANK สามารถจ่ายเงินปันผลเท่าเดิมที่ 12 บาท ใน ปี 2026 เท่ากับที่จะจ่าย 12 บาท ในปี 2025 (ไม่รวมการจ่ายเงินปันผล พิเศษ) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงขึ้นที่ 6.4% ในปี 2026
การประชุมนักวิเคราะห์
- เป้าหมายการเงินปี 2026 (1) สินเชื่อรวมเติบโต 0 ถึง 2% YoY มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพกลุ่มฐานลูกค้าเดิม และสินเชื่อมีหลักประกัน ประกอบด้วย สินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ (Corporate) เติบโต 0% ถึง 2%, สินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ลดลง -5% ถึง 0% และสินเชื่อรายย่อย (retail) เติบโต 5% ถึง 7% เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิต (2) NIM ลดลงที่ 2.75-2.95% บนสมมติฐาน อัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลง 1 ครั้ง เพราะรับผลกระทบเต็มปีจากการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2025 แต่ NIM after credit cost แนวโน้มมีเสถียรภาพ (3) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิโต Mid to High Single digit จากธุรกิจ Wealth management และธุรกิจการโอนเงินระหว่างประเทศ (4) Cost to income ratio ที่ Mid-40s เน้นควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ (5) Credit cost ลดลงที่ 140-160 bps, และ (6) NPL ratio ไม่เกิน 3.25%
- Capital Management ด้วยการจ่ายเงินปันผลระดับสูง (payout ratio ที่ 50.60% ในระยะกลาง) และโครงการซื้อหุ้นคืน โดยจะรักษาการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นเท่าเดิม
- เป้า ROE ระดับ 2 หลักในระยะกลาง แต่การเพิ่มขึ้นของ ROE ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ และคาดยังไม่เห็นการปรับสูงขึ้นของ ROE อย่างมีนัยในปี 2026
ควบคุมคุณภาพสินเชื่อ และบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ
- มองว่ากลยุทธ์ในปี 2026 ไม่ได้แตกต่างจากในปี 2025 อยู่บนความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจที่สูงขึ้น การดำเนินการเติบโตสินเชื่ออย่างรัดกุมเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงจากผลกระทบของ NIM ที่ลดลง และบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ
- คาดกำไรสุทธิจะปรับลดลงราว 2% ในปี ในปี 2026 กดดันจาก NIM ที่ปรับลดลง โดยมองว่า ROE ลดลงที่ 8.1% ในปี 2026
- ปรับสมมติฐานอัตราจ่ายเงินปันผล (Payout ratio) สูงขึ้น โดยอยู่ในกรอบระยะกลางที่ 50-60% คาดจะสามารถจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นที่ 12 บาท ในปี 2026 เท่ากับในปี 2025 (ไม่รวมการจ่ายเงินปันผลพิเศษ)
ดังนั้น คาด KBANK จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มอีก 10 บาท สำหรับผลการดำเนินงานใน 2H25







