บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Kasikornbank (KBANK TB) ตั้งรับแบบมีวินัย
เงินปันผลน่าสนใจ แต่แนวโน้มกำไรอ่อนแอ แนะนำ “ถือ”
เราคงคำแนะนำ “ถือ” พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 185 บาท (P/BV ปี 68 ที่ 0.7 เท่า ROE 8.9%) จากเดิม 190 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรปี 69–70 จาก NIM ที่ลดลง เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์การขยายสินเชื่อคุณภาพและรายได้ค่าธรรมเนียม โดยซีอีโอให้แนวทางอัตราการจ่ายเงินปันผลปกติที่ 50–60% พร้อมโอกาสจ่ายปันผลพิเศษและการซื้อหุ้นคืน อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ KBANK ดูน่าสนใจที่ 6.4% ต่อปี (คาดเงินปันผล 12.0 บาท/หุ้น) อย่างไรก็ดี ปัจจัยกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่อ่อนแอและ NIM ที่แคบลง ทำให้มุมมองโดยรวมยังเป็นกลาง
มุ่งเน้นสินเชื่อมีหลักประกันและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม
ในการประชุมนักวิเคราะห์ KBANK ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อ 0–2% ในปี 2569 นำโดยสินเชื่อรายย่อย (+5–7%), ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ (-2% ถึงทรงตัว) และ SME (-5% ถึงทรงตัว) สำหรับสินเชื่อรายย่อย ธนาคารจะเน้นสินเชื่อที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง (วงเงินต่อรายมากกว่า 10 ล้านบาท) ให้กับลูกค้าเดิม คาดว่า NIM จะลดลงได้สูงสุด 50 bps YoY มาอยู่ที่ 2.75–2.95% (เทียบกับ SCB ที่ 3.0–3.2%, ถือ ราคาเป้าหมาย 130 บาท) ภายใต้สมมติฐานการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ในปี 69 ซีอีโอระบุว่าผลกระทบเต็มปีจากการลดดอกเบี้ย การมุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพ และโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ จะทำให้ NIM ในปี 69 ลดลง ดังนั้น เพื่อลดแรงกดดันด้านรายได้ ธนาคารตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเติบโต 5–8% จากการขายประกันผ่านธนาคาร (bancassurance) และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานและ credit cost ลดลง YoY
ซีอีโอตั้งเป้าต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) ลดลงสู่ 140–160 bps ในปี 69 จาก 163 bps ในปี 67 อัตราส่วน NPL คาดว่าจะทรงตัว YoY โดยธนาคารคาดว่าการเกิด NPL ใหม่จะลดลง จากการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อที่มีหลักประกันคุณภาพดีเพิ่มขึ้นในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา KBANK ตั้งเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost-to-income) ที่ 44–46% ในปี 69 เทียบกับ 43.6% ในปี 67 โดยจะมุ่งเน้นประสิทธิภาพต้นทุนและการยกระดับผลิตภาพเพื่อลดผลกระทบจากการเติบโตของรายได้ที่อ่อนแอ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ในปี 69 มีแนวโน้มลดลง หลังจากบันทึกค่าใช้จ่ายพนักงานแบบครั้งเดียวในปี 68
ปรับลดประมาณการกำไร คาด ROE ลดลงในปี 69
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 69–70 ลง 2–4% เพื่อสะท้อนเป้าหมาย NIM ใหม่ในปี 69 คาดว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) จะลดลง 8% YoY จาก NIM ที่ลดลง 38 bps YoY มาอยู่ที่ 2.90% ในปีนี้ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) มีแนวโน้มทรงตัว YoY จากการเติบโตของค่าธรรมเนียมที่ดีและรายได้อื่นจากโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ เราประเมิน credit cost ที่ 150 bps สำหรับปี 69/70 โดยทุกการเพิ่มขึ้นของ credit cost 5 bps จะลดกำไรลงราว 2% ในปี 69 คาดว่ากำไรปี 69 จะลดลง 9% YoY และ ROE จะลดลง 1 ppt YoY มาอยู่ที่ 7.6%







