เก่งหลังเกมส์
SET ปรับขึ้นแรง +46.88 จุด +3.46% ปิด 1,400.89 จุด มูลค่าการซื้อขาย 1.02 หมื่นล้านบาท (สูงสุดตั้งแต่ ก.ย.2024) รับผลการเลือกตั้ง หลังพรรคภุมิใจไทยชนะการเลือกตั้งเกือบ Land slide หนุนการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง และน่าจะสานต่อนโยบายเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง หนุน Fund Flows ทยอยกลับสถานะ
SET Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนีคือ กลุ่มชิ้นส่วน (DELTA) กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP ,GULF) กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) ฯลฯ ในทางตรงข้ามกลุ่มที่ปรับลงและกดดัชนีหลักๆคือ กลุ่มธนาคาร (KBANK, BBL, TCAP) กลุ่มรับเหมา (CK) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
GULF +7.1%, EGCO +1.7%
หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับขึ้น แรงหนุนจากผลการเลือกตั้งทั้ง 3 พรรค มีนโยบายการปรับเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต้นทุนต่ำ อาทิ การขยายขอบเขตโครงการโซล่าหร์ชุมชน และการสนับสนุนการซื้อไฟฟ้าโซล่าร์, พลังงานน้ำ, และพลังงานขยะราคาถูก มากกว่าการลดค่าไฟผ่าน Ft กระทบความเสี่ยงด้านนโยบายลดค่าไฟจำกัด ประกอบกับ Demand ไฟฟ้าที่เร่งตัวจาก Data Center และ Semiconductor Top pick เน้น GULF
CPALL +3.3%, AOT +9.9%
หุ้นกลุ่ม Domestic และกลุ่ม Services ปรับขึ้นรับผลการเลือกตั้งไทย โดย AOT ได้แรงหนุนจากความชัดเจนการเดินหน้าปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมภาษีสนามบินขาออก และน่าจะเห็นความคืบหน้าการเพิมค่าธรรมเนียมฝั่ง Transit กับกระแสท่องเที่ยวเชิงบวกก่อนตรุษจีน ยังคงมุมมองบวกต่อ AOT และ CPALL (TP@80.0)
MITSU19 +1.54%, UNIQLO80 +3.1%, SMFG19 +3.42%
DR ญี่ปุ่นปรับขึ้น รับผลการเลือกตั้งหลัง พรรค LDP ของนายกฯ ทาคาอิจิ ชนะเลือกตั้ง Landslide ซึ่งทาคาอิจิประกาศชัดว่าจะใช้นโยบาย ‘รัฐนำ’ สนับสนุนบริษัทใหญ่ให้ควบรวมกิจการ (M&A) หนุนต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์, หนุนงบฝั่งกลาโหม หนุนต่อหุ้นกลุ่ม Defense และ นโยบายเน้น Growth และไม่สนับสนุนให้ BOJ ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ เงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ ซึ่งดีต่อหุ้นส่งออกและกลุ่ม Big Cap Value
STECON +18.7%
หุ้นอยู่ในธีม Investment & Infrastructure อย่าง รับเหมา ปรับขึ้น ตอบรับความคาดหวังจากการได้ประโยชน์จากการ เร่งนโยบายลงทุน โดยเฉพาะการลดความซับซ้อนกระบวนการเข้ามาลงทุน ดึงเงินลงทุนต่างชาติ + การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายใน หลังพรรคภูมิใจไทยแกนนารัฐบาลปัจจุบันชนะเลือกตั้ง เฉียด Landslide ด้วยเสียง 195-200 ที่นั่ง









