บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

SCGJWD LOGISTICS (SJWD TB)

คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ทรงตัว q-q

  • คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ใกล้เคียงกับ 3Q25 ที่ 255.7 ล้านบาท (–0.8% q-q, +38.0% y-y)
  • คาดกำไรปี 2025 มีพัฒนาการดีขึ้น 1.1 พันล้านบาท (+39.1% y-y) แม้มีความท้าทายหลายด้าน
  • คงประมาณการและราคาเป้าหมาย

แนวโน้มกำไรใน 4Q25 หนุนโดยส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วม

เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25 ใกล้เคียงกับ 3Q25 ที่ 255.7 ล้านบาท (–0.8% q-q, +38.0% y-y) หนุนโดยกำไรจากการขายสินทรัพย์คลังสินค้าภายใต้ JV Alpha เข้ากองทรัสต์ราว 20 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติคาดอยู่ที่ 235.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% q-q และ 21.8% y-y จากการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเป็น 114 ล้านบาท หลังไม่มีรายการพิเศษเชิงลบเหมือนใน 3Q25 รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัว q-q โดย SG&A ที่สูงขึ้นตามฤดูกาลถูกชดเชยด้วยส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ดีขึ้น

คาดกำไรปี 2025 มีพัฒนาการดีขึ้นแม้มีความท้าทายหลายด้าน

แม้มีความท้าทายหลายด้านในปี 2025 ทั้งเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า ภาษีการค้า และปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา เรายังคาดกำไรปกติทั้งปีเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 พันล้านบาท (+39.1% y-y) จากค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่แข็งแกร่งขึ้น รายได้คาดเติบโต 2.5% y-y หนุนโดยธุรกิจคลังสินค้า ห้องเย็น และโลจิสติกส์ต่างประเทศ ช่วยชดเชยความอ่อนแอของกลุ่มยานยนต์ อัตรากำไรขั้นต้นคาดที่ 13.8% สูงกว่าปี 2024 เล็กน้อย ขณะที่กำไรสุทธิคาดที่ 1.2 พันล้านบาท (+5.9% y-y) การเติบโตของกำไรขับเคลื่อนโดยการควบคุมรายจ่ายและส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วม (associates)

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2023-25) นับตั้งแต่รวมกิจการ SCG Logistics รายได้ของ SJWD ค่อนข้างทรงตัวที่ 24-25 พันล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยราว 3% CAGR อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ในกรอบ 13.4-13.8% แต่กำไรปกติคาดเติบโตเฉลี่ยราว 9% CAGR จากการลดค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม

คงประมาณการและราคาเป้าหมาย

ในปี 2026 เราคงประมาณการกำไรปกติที่ 1,213.0 ล้านบาท (+10.7% y-y) การเติบโตจะมาจากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยบริษัทจะหันมาเน้นธุรกิจบริการโลจิสติกส์ต่างประเทศซึ่งมีศักยภาพในการเติบโต ขณะเดียวกันธุรกิจคลังสินค้าและห้องเย็นจะมีการขยายพื้นที่ต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ การลดรายจ่ายขายและบริหารยังมีรูมในการควบคุมให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ ราคาหุ้นปรับลงมากว่า 60% ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ที่รายได้แทบไม่เติบโต จนปัจจุบันเทรดที่ -2SD ของค่าเฉลี่ยทั้ง P/E และ EV/EBITDA โดยมี 2026E P/E 11.0x และ 2026E P/BV เพียง 0.6x เราเชื่อว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 3Q25 แนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ valuations ที่ถูก ทำให้เราคงคำแนะนำซื้อ

 

- Advertisement -