THCOM ปี 2568 รายได้รวม 2,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% หนุนกำไรจากการดำเนินงาน 401 ล้านบาท โต 267.6%

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ปี 2568 มีรายได้รวม 2,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 316 ล้านบาท +13.1% จากปีก่อน จากรายได้การให้บริการแก่คู่ค้ารายหนึ่งจำนวน 317 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 291 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 267.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จำนวน 109 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยธุรกิจดาวเทียมสร้างกำไรจากการดำเนินงาน 432 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก

กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สำหรับปี 2568 จำนวน 40 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 23 ล้านบาทในปีก่อน แม้เผชิญผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งไม่กระทบผลการดำเนินงานหลัก

ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์ในต่างประเทศในปี 2568 มีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าใกล้เคียงกับปีก่อน แม้รายได้และกำไรสุทธิของ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยังมีต้นทุนทางการเงินของ บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว คาดว่าส่วนแบ่งขาดทุนจะฟื้นตัวจากนโยบายปรับโครงสร้างราคาค่าบริการโทรคมนาคมของ สปป.ลาว

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน จากการก่อสร้างดาวเทียมไทยคม 9 และไทยคม 10 ซึ่งบันทึกเป็นสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง 3,896 ล้านบาท รวมถึงเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากประเทศอินเดียบางส่วน

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2568

  • ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 1,268 ล้านบาท (+19.0%) จากรายได้ค้างรับในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกหนี้ต่างประเทศลดลงจากการเร่งเก็บหนี้

  • สภาพคล่อง อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน 1.6 เท่า ลดลงจาก 2.3 เท่า จากเงินกู้ระยะสั้นเพื่อโครงการดาวเทียมไทยคม 9–10

  • สินทรัพย์สิทธิการใช้ 999 ล้านบาท (-19.0%) จากการตัดจำหน่ายสิทธิการใช้ดาวเทียม

  • เงินกู้ยืม ไม่มีเงินกู้ระยะยาวถึงกำหนดภายใน 1 ปี มีเงินกู้ระยะสั้น 2,129 ล้านบาท เพื่อดาวเทียมดวงใหม่

  • ส่วนของผู้ถือหุ้น 10,087 ล้านบาท (+0.7%) จากกำไรสุทธิ

  • อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.7 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

  • กระแสเงินสดจากดำเนินงาน 853 ล้านบาท (-22.6%)

  • เงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากกิจกรรมลงทุน 1,516 ล้านบาท -8.4% จากจ่ายเงินล่วงหน้าค่าอุปกรณ์สำหรับดาวเทียมดวงใหม่

  • เงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) ในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,458 ล้านบาท เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในโครงการดาวเทียมดวงใหม่

  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมเงินลงทุนชั่วคราว 3,220 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับ GISTDA เพื่อจัดหาระบบจานสายอากาศและระบบปฏิบัติการภาคพื้นดินสำหรับควบคุมกลุ่มดาวเทียม THEOS โดยในปี 2568 รับรู้รายได้ตามความคืบหน้าโครงการ 153 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศจากประสบการณ์กว่า 30 ปี และบทบาทผู้ให้บริการดาวเทียมแบบครบวงจร

ขณะเดียวกัน บริษัทเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอินเดียผ่านความร่วมมือกับ Hughes Communications India และ Nelco Limited ยกระดับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในภาคอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ นอกจากนี้ ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GEOINT) เติบโตต่อเนื่อง จากโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ แพลตฟอร์มติดตามการเผาในพื้นที่เกษตร โครงการเทคโนโลยีการเกษตร โดรน และโครงการ CarbonWatch สะท้อนความสำเร็จในการขยายฐานรายได้และดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

- Advertisement -