บล.หยวนต้า (ประเทศไทย):

Thai Coconut (COCOCO)

คาดกำไรใน 4Q25 ไม่เด่น … แต่ตลาดรับรู้ไปแล้ว

What’s new?

  • คาดกำไรปกติใน 4Q25 ที่ 29 ลบ. (-57.7% QoQ, -59.4% YoY) จากรายได้รวมคาดที่ 1,570 ลบ. ลดลง 10.5% QoQ เนื่องจากเป็น Low season และลดลง 9.1% YoY จากยอดขายน้ำมะพร้าวในจีนที่ยังอ่อนแอ
  • ขณะที่ GPM คาดลดลง QoQ จาก U-rate ที่หดตัวตามยอดขาย แต่กลับมาขยายตัว YoY จากการเริ่มรับรู้ผลของราคามะพร้าวที่ปรับลง

Our view

  • เราปรับประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 10.5% จากการปรับสมมติฐาน GPM ขึ้น และปรับ SG&A/sales ลง อย่างไรก็ตาม ประมาณการเติบโตของรายได้ของเรา ยังอยู่ที่ระดับอนุรักษ์นิยม
  • ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 6.90 บาท ราคาที่ปรับลง 25.6% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบจากแนวโน้มกำไร 4Q25 ที่อ่อนแอไปแล้ว ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”

คาดกำไรใน 4Q25 ไม่เด่น … แต่ตลาดรับรู้ไปแล้ว … GPM เริ่มเห็นสัญญาณบวก

เราคาดกำไรปกติใน 4Q25 ที่ 29 ลบ. (-57.7% QoQ, -59.4% YoY) จากรายได้รวมคาดที่ 1,570 ลบ. ลดลง 10.5% QoQ เนื่องจากเป็น Low season และลดลง 9.1% YoY จากยอดขายน้ำมะพร้าวในจีนที่ยังอ่อนแอ ขณะที่ยอดขายในสหรัฐฯ และไทยยังโต แต่ไม่สามารถชดเชยได้ ขณะที่ GPM คาดลดลง QoQ ตาม U-rate ที่ลดลง แต่กลับมาขยายตัว YoY ได้เป็นไตรมาสแรก จากการเริ่มรับรู้ผลของราคามะพร้าวที่ปรับลง ส่วน SG&A/sales คาดขยายตัวทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายนำสินค้าไปจัดแสดงในต่างประเทศต่อเนื่อง หากกำไรปกติออกมาตามคาด กำไรปกติทั้งปีจะอยู่ที่ 224 ลบ. (-68.8% YoY) อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวลง 25.6% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเรามองว่าสะท้อนปัจจัยลบจากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอไปมากแล้ว

คาดกำไรกลับมาน่าสนใจอีกครั้งใน 1Q26

เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการใน 1Q26 แม้กรณีที่แย่ที่สุดคือ ยอดขายในจีนยังไม่กลับมาฟื้นตัว ส่งผลให้รายได้คาดลดลงทั้ง QoQ และ YoY แต่เนื่องจาก GPM ที่คาดฟื้นตัวเข้าสู่ระดับ 20.0% จากการรับรู้ผลของราคามะพร้าวที่ปรับตัวลงเต็มไตรมาส รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A/sales ที่คาดลดลง QoQ และ YoY เนื่องจากแผนการลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินลง ส่งผลให้เบื้องต้นคาดกำไรปกติใน 1Q26 ที่กรอบ 70-80 ลบ. กลับโตทั้ง QoQ และ YoY

ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 6.90 บาท และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”

เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026 ขึ้น 10.5% เป็น 544 ลบ. (+142.6% YoY) จากการปรับสมมติฐาน GPM ขึ้น เพื่อสะท้อนถึงราคามะพร้าวที่ปรับตัวลงมากกว่าคาด รวมถึงปรับ SG&A/sales ลง เนื่องจากบริษัทมีแผนคุมค่าใช้จ่ายที่คาดจะรัดกุมมากขึ้นในปีนี้ นอกจากนี้เราปรับ PER ในการประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 18.3 เท่า จากเดิมที่ 17.5 เท่า หรือคิดเป็น -1 SD ของ PE Band ย้อนหลังนับตั้งแต่ IPO ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 6.90 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside gain 19.0% จึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก “TRADING” เป็น “ซื้อ”

ประมาณการรายได้ปัจจุบันของเรายังอยู่ในระดับอนุรักษ์นิยม

แม้บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ด้วยวงเงินไม่เกิน 900 ลบ. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน ชำระหนี้ รวมถึงให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยและบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนทางการเงินปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรามองว่ายังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ตลาดให้น้ำหนักในระยะสั้น เมื่อเทียบกับ Catalyst ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยวันที่ 10 มี.ค. บริษัทจะเปิดเผยเป้าหมายรายได้และ GPM ปี 2026 ในงาน SET Opportunity Day ซึ่งภายใต้สมมติฐานประมาณการของเราที่คาดรายได้เติบโตเพียง 9.5% YoY หากผู้บริหารตั้งเป้าหมายสูงกว่านี้ จะเป็น Upside ต่อประมาณการกำไร ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ความเสี่ยงสำคัญ: ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน, การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค, สินค้าทดแทน, การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น

- Advertisement -