บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
MEGA LIFESCIENCES (MEGA TB)
แนวโน้มกำไรมีเสถียรภาพ
- แนวโน้มกำไร 4Q25 ธุรกิจ Branded ยังแข็งแกร่ง ชดเชยการชะลอของธุรกิจ Distribution ได้
- สถานการณ์ในเมียนมาร์ดีขึ้นเป็นลำดับ กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ฐานะการเงินแข็งแกร่ง
- ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 39 บาท แต่ upside จำกัด ลดคำแนะนำเป็นถือ
การเติบโตของรายได้จาก Branded ชดเชยการชะลอของ Distribution
บรรยากาศการจับจ่ายใน 4Q25 ในเอเชียยังทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายมักเป็น High season ของธุรกิจ Branded ทำให้เราคาดรายได้จาก Branded ยังคงขยายตัว y-y ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 7 ในอัตรา +4.9% y-y (และ +8.7% q-q) อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์การผ่อนปรนการอนุญาตนำเข้าสินค้าในเมียนมาร์จะดีขึ้น แต่การสั่งซื้อล่วงหน้าจำนวนมากใน 3Q25 ทำให้คาดว่ายอดขายใน 4Q25 จะชะลอชั่วคราว ซึ่งทำให้คาดรายได้จาก Distribution -5.4% q-q, -22.9% y-y เป็น 1,249.0 ล้านบาท ทั้งนี้ ส่งผลให้คาดรายได้รวมที่ 3,699.0 ล้านบาท (-4.6% q-q, +1.1% y-y)
แม้กำไรจะยังถูกกดดัน แต่รักษาอัตรากำไรได้อย่างมีเสถียรภาพ
อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Branded ยังคงมีเสถียรภาพที่ 64-65% ส่วนธุรกิจ Distribution คาดที่ 34-35% ถือว่าอยู่ในระดับดี ใกล้เคียง 3Q25 และ 4Q24 และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 53.7% ดีขึ้นจาก 52.3% ใน 3Q25 และ 53.5% ใน 4Q24 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีแนวโน้มสูงขึ้นตามฤดูกาล ส่งผลให้เราคาดกำไรปกติ 4Q25 ที่ 586.1 ล้านบาท (-27.7% q-q, -25.1% y-y) กำไรปกติที่ลดทั้ง q-q และ y-y โดยหลักเป็นผลจากอัตราภาษีเงินได้ที่ปรับสูงสู่ระดับปกติหลังหมดสิทธิประโยชน์จาก BOI และจากฐานรายได้ของ Distribution ที่สูงใน 3Q25 นอกจากนี้ เงินบาทที่แข็งค่าทำให้คาดขาดทุนจาก FX ราว 36 ล้านบาท กำไรสุทธิจึงน่าจะอยู่ที่ 550.1 ล้านบาท (+11.3% q-q, -14.0% y-y)
สถานการณ์ในเมียนมาร์ดีขึ้นเป็นลำดับ ปรับประมาณการขึ้น
ปัจจุบันสถานการณ์ในเมียนมาร์มีทิศทางดีขึ้นชัดเจน ขณะที่ธุรกิจ Branded ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องท่ามกลางเงินบาทที่แข็งค่า เราปรับเพิ่มกำไรปี 2026-27 ขึ้น 4.0% และ 2.3% เป็น 2,496.7 ล้านบาท (+2.5% y-y) ในปี 2026 และ 2,609.4 ล้านบาท (+4.5% y-y) ในปี 2027 การเติบโตต่ำในปี 2026 เป็นการเติบโตแบบ organic ในขณะที่การขยายการลงทุนในอินโดนีเซีย เวียดนาม และเมียนมาร์ จะส่งผลในปี 2028 เป็นต้นไป แม้ว่า MEGA ไม่ใช่หุ้นเติบโต แต่กำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว การเงินแข็งแกร่ง มีฐานะเป็น Net cash มีเงินสดในมือ 4.33 บาทต่อหุ้น (3Q25) สามารถให้ Dividend yield กว่า 4% ต่อปี
ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 39 บาท
เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 39 บาท อิง DCF (WACC 8.6%, LTG 3.0%) ราคาเป้าหมายดังกล่าวคิดเป็น Implied 2026E P/E 13.6x, Implied 2026E P/BV 3.5x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับขึ้นจน upside แคบ จึงลดคำแนะนำลงเป็นถือ (จากเดิมซื้อ)







