บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
KCE ELECTRONICS (KCE TB)
ปัจจัยภายนอกกดดัน 1H26
- บาทแข็งและทองแดงแพงจะกดดันผลการดำเนินงานใน 1H26
- เราปรับลดกำไรปี 2026 ลง 35% แต่ยังคาดหวังกลับมาดีขึ้นอีกครั้งใน 2H26
- KCE จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง เมื่อบาทอ่อน หรือทองแดงปรับลง
บาทแข็งและทองแดงแพงจะกดดัน 1H26
ระยะสั้น ผู้บริหารให้วิวว่ารายได้ 1Q26 กลับมาฟื้น 3-5% y-y (หรือโตราว 12-13% q-q) มาจากคำสั่งซื้อที่เลื่อนมาจาก 4Q25 ราว USD6m เพราะมีการหยุดไลน์การผลิตบางไลน์ในเดือน ธ.ค. และอยู่ระหว่างติดตั้งไลน์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ. นี้ อย่างไรก็ตาม เราคงมุมมองระมัดระวังต่ออัตรากำไรขั้นต้น หลังค่าเงินบาทเฉลี่ย 1QTD อยู่ที่ THB31.3/USD แข็งค่าต่อเนื่อง 2.6% q-q และ 7.9% y-y และราคาทองแดงยังปรับขึ้นแรง 17.3% q-q และ 38.3% y-y อยู่ที่ USD13,030/ตัน คาดอัตรากำไรขั้นต้น 1Q26 จะลงต่อเหลือ 18% (ต่ำกว่าเป้าเดิมของบริษัทที่ 20%) และคาดกำไร 1Q26 อาจอยู่ที่ 150 ลบ. (+21.3% q-q, -46.9% y-y)
ผบห.ปรับลดเป้าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2026
ผบห.คงเป้ารายได้สกุล USD ปี 2026 เติบโตราว 4-5% y-y แต่ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง 2-3% เป็น 19-21% (จาก 21-24%) จากทั้งบาทแข็ง และต้นทุนทองแดงสูงขึ้น โดยบริษัทซื้อทองแดงล่วงหน้าเพียง 10-20% ไม่ล็อกยาว และเตรียมปรับขึ้นราคากับลูกค้าเฉพาะ PCB ทอง (สัดส่วนรายได้ 15-20%) ส่วนรายได้อีก 80-85% เป็น PCB ธรรมดา จะไม่มีการปรับขึ้นราคา จะใช้วิธีการลดต้นทุนต่อไป หากทองแดงไม่ปรับขึ้นต่อ อาจเห็นอัตรากำไรขั้นต้น 2H26 ปรับขึ้นจาก 1H26 กลับมาเหนือ 20% ได้อีกครั้ง
ปรับลดกำไรปี 2026 ลง 35% คาดหวังกลับมาโตใน 2H26
เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2026 ลง 35% เป็น 946 ลบ. (+13.6% y-y) จากการปรับลด 1) ค่าเงินบาทเป็น 32 บาท (จาก 33 บาท) และ 2) ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง 1.3% เป็น 19.2% จากการปรับเพิ่มสมมติฐานราคาทองแดงขึ้นเป็น USD13,000/ตัน (จาก USD11,000/ตัน) จากการทำ Sensitivity พบว่ากรณีบาทแข็งค่าทุก 1 บาท กระทบกำไร 6.5% และกรณีราคาทองแดงปรับขึ้นทุก USD1,000/ตัน จะกระทบกำไร 11% ขณะที่คาดรายได้ PCB สกุล USD เติบโต 3.5% y-y ต่ำกว่าเป้าหมายของผู้บริหารเล็กน้อย
คงคำแนะนำเพียงถือ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 18 บาท
เราปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 18 บาท (อิง PE เดิม 22x คิดเป็น -2.0 SD) คงคำแนะนำเพียงถือ เพราะแนวโน้ม 1H26 ยังไม่สดใส และยังต้องติดตามแนวโน้มค่าเงินบาทและราคาทองแดงต่อไป ขณะที่ภาพรวมคำสั่งซื้อน่าจะค่อนไปในทางทรงตัวถึงปรับขึ้นเล็กน้อย กอปรกับฐานะทางการเงินถือว่าแข็งแรง D/E ratio เพียง 0.36x ทั้งนี้เราคาดปันผลงวด 2H25 หุ้นละ 0.2 บาท (คิดเป็น Yield 1.1%) โดยจะเป็นการจ่ายทั้งปีที่ 0.8 บาท แม้ ผบห.ต้องการรักษาระดับเงินปันผลใกล้เคียงปี 2024 ที่ราว 1.2 บาท/หุ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุมัติของบอร์ดในช่วงถัดไป







