บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SRISAWAD CORP (SAWAD TB)
Strong 4Q25E core profit
- กำไร 4Q25 อาจลดลง q-q แต่กำไรหลักยังเติบโตต่อเนื่อง
- เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2025–27 จากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวมากขึ้นและต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ทรงตัว ส่งผลให้อัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ 6.4% ต่อปี
- คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2026 ใหม่ที่ 35 บาท พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 4–5% ต่อปี
กำไร 4Q25 อาจลดลง q-q แต่กำไรหลักยังเติบโตต่อเนื่อง
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.28 พันล้านบาท ลดลง 3.3% q-q แต่ยังเพิ่มขึ้น 4.4% y-y หากไม่รวมผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนของหุ้น THAI ราว 20 ล้านบาท (หลังภาษี) คาดว่ากำไรหลักจะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% q-q และ 6.1% y-y โดยได้รับแรงหนุนจาก 1) การเติบโตของสินเชื่อ 1.2% q-q (แม้ยังลดลง 1.2% y-y) หลัก ๆ จากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อหดตัวเล็กน้อย และ 2) ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ทรงตัวที่ 13.44% หลังหดตัวแรง 30bp ใน 3Q25 จากต้นทุนเงินทุนที่ลดลงชดเชยผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง ปัจจัยบวกดังกล่าวจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้และต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้น โดยรวมเราคาดกำไรสุทธิปี 2025 ที่ 4.97 พันล้านบาท ลดลง 1.6% y-y จากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอ ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลง และต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่สูงขึ้น
คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
โดยรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แม้สัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.93% จาก 3.90% ใน 3Q25 สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อใหม่ SAWAD มองว่าน้ำท่วมภาคใต้เป็นเหตุการณ์ตามฤดูกาลปกติและไม่มีผลกระทบเป็นพิเศษ ขณะที่เราคาดต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตจะเพิ่มขึ้น 20bp q-q เป็น 2.28% ตามการขยายธุรกิจ โดยมี Coverage ratio ที่ 61.5%
ปรับเพิ่มประมาณการจากแนวโน้มธุรกิจที่เป็นบวกมากขึ้น
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2025–27 ขึ้น 3.7–5.2% เพื่อสะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น จาก 1) การเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวมากขึ้นในปี 2026–27 นำโดยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ 2) ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ทรงตัว (รวมถึงแนวโน้มขาดทุนจากรถยึดที่ลดลง) ที่ระดับ 2.00% จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และ 3) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 47.50–48.25% หลัก ๆ จากผลขาดทุนรถยึดที่ลดลง แม้เราคาดว่าต้นทุนเงินทุนจะลดลงมากกว่า 25bp ในปี 2026 และอีก 17bp ในปี 2027 แต่ประโยชน์ดังกล่าวจะถูกชดเชยบางส่วนจากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการเติบโตของสินเชื่อ ภายหลังการปรับประมาณการ เราคาดกำไรสุทธิช่วงปี 2025–27 เติบโตเฉลี่ยสะสมที่ 6.4% ต่อปี
คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2026 ใหม่ที่ 35 บาท
เราคงคำแนะนำ ซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 35 บาท จาก 31 บาท อิงวิธี GGM ที่ค่า P/BV 1.32 เท่า หลังราคาหุ้นปรับฐานแรงในปี 2025 ปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV เพียง 1.1 เท่า เทียบกับ ROE ปี 2026 ที่ 14.0% พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4–5% ต่อปี ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ฉบับนี้ปัจจุบันจัดทำโดยคุณอุษณีย์ ลิ่วรัตน์







