บล.พาย:
MEGA: Mega Lifesciences PCL
สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดในเมียนมาไปพอสมควรแล้ว
เราปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” มูลค่าพื้นฐาน 38.00 บาท เนื่องจาก upside จำกัด หลังราคาหุ้นฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดกว่า 60% สะท้อนการฟื้นตัวของยอดขายในเมียนมาหลังปัญหาใบอนุญาตนำเข้าคลี่คลาย คาดรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 559 ล้านบาท (-12%YoY) และมีกำไรปกติ 585 ล้านบาท (-9%YoY, +14%QoQ) หนุนจากรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่าย Maxxcare’s ในประเทศเมียนมาที่ฟื้นตัวหลังปัญหาใบอนุญาตนำเข้าคลี่คลาย แต่ยังลดลง YoY จากอัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้น YoY ขณะที่คาดแนวโน้มกำไร 1Q26 ฟื้นตัว YoY ต่อเนื่องจากฐานต่ำของธุรกิจจัดจำหน่ายในปีก่อน
สร้างโรงงานเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
บริษัทตั้งเป้ายอดขาย Mega We Care เติบโต 7%-9% YoY และยอดขาย Maxxcare’s ฟื้นตัว 5% YoY ในปี 2026 สอดคล้องกับสมมติฐานเราที่คาดยอดขายธุรกิจยาและอาหารเสริม (Mega We Care) จะขยายตัว 6%YoY ในปี 2026 หนุนจากการออกสินค้าใหม่ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในหมวดยา (สัดส่วน 70%) และอาหารเสริม (สัดส่วน 30%) ซึ่งยาส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดทางเดินหายใจ เบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูก และเนื้องอกมะเร็งขณะที่รายได้ธุรกิจจัดจำหน่าย (Maxxcare’s) คาดว่าจะฟื้นตัวได้ 9% YoY หลังปัญหาใบอนุญาตนำเข้าคลี่คลายใน 3Q25 นอกจากนี้ปี 2026 จะได้แรงหมุนจากยอดขายในอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นหลังทยอยนำสินค้าเข้าไปขายโรงงานในเวียดนามที่เริ่มก่อสร้างแล้ว ส่วนโรงงานในเมียนมาที่มีแผน ก่อสร้างและผลิตจำหน่ายช่วงปี 2029 จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และแก้ปัญหาข้อจำกัดใบอนุญาตการนำเข้าในระยะยาวโดยจะใช้ลงทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
คาดภาษีจ่ายกดดันผลประกอบการ 4Q25
- คาดรายได้จากธุรกิจ Mega We Care (ยาและอาหารเสริม) เติบโต YoY เป็น 2.4 พันล้านบาท (+5%YoY) ใน 4Q25 จากปริมาณการขายที่เติบโตจากทั้งยอดขายยาที่เติบโตดี และการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสินค้าใหม่ และการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มสินค้า (วิตามินและอาหารเสริม) ทำให้มีรายได้ที่เติบโตในทุกภูมิภาค ประกอบด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สัดส่วน 76% ของยอดขาย), แอฟริกา (สัดส่วน 12% ของยอดขาย), และภูมิภาคอื่นๆ (สัดส่วน 12% ของยอดขาย), ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ธุรกิจ Mega We Care อยู่ในกรอบ 64%-65.0% ใน 4Q25 ใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา
- คาดรายได้จากธุรกิจจัดจำหน่าย (Maxxcare’s) ฟื้นตัว YoY ที่ 1.6 พันล้านบาท (+21%Yoy) ใน 4Q25 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน หลังปัญหาใบอนุญาตนำเข้ายาในเมี่ยนมาคลี่คลาย โดยคาดว่าอัตรากำไร ขั้นต้น (GPM) ของหน่วยธุรกิจนี้ใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา
- คาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 34.9% ใน 4Q25 จาก 33.4% ใน 4Q24 ผลจากการทำกิจกรรม ส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น
คำแนะนำ “ถือ” สะท้อนการฟื้นตัวของในเมียนมาไปพอสมควรแล้ว
มูลค่าพื้นฐานที่ 38.00 บาท คำนวณด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ด้วย WACC 10% และ TG 2% เทียบเท่า 16xPE’26E หรือ -2SD ของ ค่าเฉลี่ยการซื้อขายในรอบ 5ปี และคิดเป็นส่วนลด 50% จากค่าเฉลี่ยกลุ่มการแพทย์และโรงพยาบาลในไทย สะท้อนความเสี่ยงจากธุรกิจในเมียนมา







