บล.กสิกรไทย:
KLINIQ การปรับโครงสร้างคอมมิชันบรรเทาแรงกดดันอัตรากำไร
ผู้บริหารมีความมั่นใจต่อแนวโน้มปี 2569
ในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ผู้บริหารไม่ได้บอกเป้ายอดขายปี 2569 แต่ระบุว่าแนวโน้มอุปสงค์ความงามยังแข็งแกร่งและโดยรวมมีเสถียรภาพ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวคาดจะสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าต่างชาติ ขณะที่ระดับการแข่งขันไม่เปลี่ยนแปลง ในปี 2569 KLINIQ จะมุ่งเน้นโซลูชันเฉพาะบุคคล การทำการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ
อุปสงค์ในแบรนด์ต่างๆยังคงแข็งแกร่ง แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนแอ
ผู้บริหารให้ข้อมูลว่ายอดขายเงินสดปี 2568 ออกมาดีกว่าเป้า มีการเติบโต YoY ในทุกแบรนด์ สาขาใหม่ในไตรมาส 4/2568 ทำผลงานดีกว่าแผน และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปในไตรมาส 1/2569 ขณะที่แบรนด์ L เริ่มได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด ซึ่งจะมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นในปี 2569 แม้ภาพเศรษฐกิจมหภาคจะอ่อนแอ แต่เราคาดว่า KLINIQ มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากการนำเสนอสินค้าราคาที่เข้าถึงได้มากจากแบรนด์ใหม่ ซึ่งช่วยกระตุ้นอุปสงค์เพิ่มเติม
กำไรในไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่
เราคาดกำไรปกติอยู่ที่ 110 ลบ. เพิ่มขึ้น 40% QoQ และ 11% YoY จากรายได้และอัตรากำไรที่สูงขึ้น ยอดขายเงินสดคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 933 ลบ. เพิ่มขึ้น 5% QoQ และ 15% YoY จากแรงหนุนของอุปสงค์ด้านความงามตามฤดูกาลและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น เราคาดการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ครึ่งหลังปี 2568 ที่ 0.80 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 93%
คงคำแนะนำ “ถือ”
ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มรายได้และอัตรากำไร โดยเฉพาะแบรนด์ KLINIQUE อย่างไรก็ตาม แม้ KLINIQUE จะยังเป็นแบรนด์หลักที่สร้างกำไร แต่สัดส่วนรายได้ยังคงลดลงจากการขยายตัวของแบรนด์ใหม่ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า เราคาดว่า KLINIQ จะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งน่าจะช่วยพยุงราคาหุ้นในระยะสั้น ควบคู่กับแรงหนุนจากฤดูกาลจ่ายเงินปันผล ความเสี่ยงขาขึ้น ได้แก่ การจัดสรรเงินทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด ความเสี่ยงขาลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การควบคุมต้นทุนที่แย่ลง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น








