บล.เอเซีย พลัส:
AOT จีนมาเงินมา
Flash Points
- ฝ่ายวิจัยมองกลางต่อกำไรปกติงวด 1Q69 (ต.ค. – ธ.ค. 68) ราว 4.7 พันล้านบาท หลังออกมาใกล้เคียงฝ่ายวิจัยและตลาดคาด โดยเชิง QoQ เติบโต 18% ตามรายได้สูงขึ้นจากการเข้าฤดูกาลท่องเที่ยว ส่วน YoY ลด 12% เพราะรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (สัดส่วน 28% ของรายได้) จากการให้ส่วนลดกับผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ในสนามบิน (KP)
- สำหรับรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์งวดนี้ เป็นงวดแรกที่รับผลกระทบจากการให้ส่วนลดกับ KP ตามเงื่อนไขใหม่เต็มงวด ออกมาตามคาดอยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท (-11% QoQ, –16% YoY) เมื่อเทียบกับผู้โดยสารรวม (6 สนามบิน ทั้งขาเข้า + ออก) เฉลี่ยรายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 138 บาทต่อคน ใกล้เคียงกับสมมติฐานฝ่ายวิจัยทั้งปีที่ 134 บาทต่อคน
- ด้านลูกหนี้การค้า (สั้น + ยาว) ลง 11% QoQ มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (จำนวนวันในการเรียกเก็บหนี้ที่ 95 วัน ดีขึ้นจาก 103 วันในงวดก่อน) สะท้อนการจ่ายเงินของคู่ค้าตามเงื่อนไข ภาพดังกล่าวหนุน CFO มาที่ 9.7 พันล้านบาท (+30% QoQ, +69% YoY) โดยรวมฝ่ายวิจัยมองบวกต่องบดุล (D/E 0.5 เท่า) และพัฒนาการของกระแสเงินสด
Impact Insight
- โดยแนวโน้มกำไรปกติ 2Q69 (ม.ค. – มี.ค. 69) ขยายตัว QoQ ตามฤดูกาล ในเชิง YOY คาดอัตราการลดลงดีขึ้น จากการเติบโตของผู้โดยสารเส้นทางระหว่างประเทศ หลังฐานนักท่องเที่ยวจีนช่วง ก.พ. – มี.ค. 68 ไม่สูง (เพราะเหตุ ซิง ซิง) ประกอบกับ 2Q68 นั้นฐานรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ไม่สูง (มีการให้ส่วนลดกับ KP ราว 800 ล้านบาท)
- แม้กำไรฯ งวด 1Q69 คิดเป็นสัดส่วนราว 21% และ 22% ของฝ่ายวิจัย (2.3 หมื่นล้านบาท) และ BB Consensus แต่มองโอกาสที่ PSC จะถูกลงนามและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4Q69 (ก.ค. – ก.ย. 69) จะช่วยให้ Downside ต่อประมาณการทั้งปีไม่สูง ก่อนจะรับผลบวกเต็มปีในปี 2570 (ต.ค. 69 – ก.ย. 70) ที่คาดไว้ 3 หมื่นล้านบาท โต 30% YoY และ ROE ราว 20% สูงสุดในกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักกับภาพระยะยาวมากกว่า
- อิง DCF ปรับค่า Beta สะท้อนพัฒนาการของงบดุลและ CFO ให้ WACC ที่ 5.9% (เดิม 6.2%) ให้ FV ปี 2569 – 70 ที่ 60 บาท (เดิม 55 บาท) และ 67 บาท ตามลำดับ เทียบเท่า PER ที่ 37 เท่า และ 32 เท่า ตามลำดับ (ค่าเฉลี่ยปี 2559 – 62 ราว 36 เท่า)
Execution
- คงอยู่ฝั่งซื้อ มองหุ้น YTD บวก 7.5% น้อยกว่า SET ขึ้น 14% รับการลดของกำไรฯ YoY ในขณะที่กระแสเงินสดมีเสถียรภาพขึ้นและทิศทางนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัว มีโอกาสหนุนราคาหุ้นให้กลับไปเคลื่อนไหวใกล้ SET มากขึ้น ในระยะถัดไป ตามความเห็นฝ่ายวิจัย
กำไรปกติงวด 1Q69 ใกล้เคียงคาดฝ่ายวิจัยและตลาด
กำไรปกติ (ใกล้เคียงกำไรสุทธิ) งวด 1Q69 (ต.ค. – ธ.ค. 68) ราว 4.7 พันล้านบาท หลังออกมาใกล้เคียงฝ่ายวิจัยและตลาดคาด โดยเชิง QoQ เติบโต 18% ตามรายได้สูงขึ้นจากการเข้าสู่กดูกาลท่องเที่ยว ส่วน YOY ลดลง 12% เพราะรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ตามการให้ส่วนลดกับผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์ในสนามบิน (KP) มีรายละเอียดดังนี้
รายได้รวม 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 7% QoQ แต่ลดลง 5% YoY แบ่งเป็น
- รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) ราว 8.9 พันล้านบาท เติบโต 20% QoQ และ 1% YoY หลักๆ หนุนด้วยค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่ 7 พันล้านบาท (+21% QoQ, ทรงตัว YoY) ตามจำนวนผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC 730 บาทต่อคน) ที่ 9.1 ล้านคน (+22% Q0Q, ทรงตัว YoY) และผู้โดยสารขาออกในประเทศ (PSC 130 บาทต่อคน) ราว 6.5 ล้านคน (+18% QoQ, +6% YoY) ส่วน Transfer & Transit (TT : ยังไม่มีการเก็บค่าบริการ แต่ AOT มีแผน ศึกษาการจัดเก็บในอนาคต) เส้นทางบินระหว่างประเทศ อยู่ที่ 1.1 ล้านคน (-4% QoQ, +10% YoY) ด้านค่าบริการสนามบิน เท่ากับ 1.6 พันล้านบาท (+15% QoQ, +3% YoY) เป็นไปในทิศทางเดียวกับปริมาณเที่ยวบิน 2.1 แสนเที่ยวบิน (+12% QoQ, + 2% YoY)
- รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) ประมาณ 8 พันล้านบาท (-4% QoQ, -10% YoY) หลักๆ เพราะรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ 4.8 พันล้านบาท (-11% QoQ, – 16% YoY) รับผลกระทบจากการให้ส่วนลดกับ KP ตามเงื่อนไขใหม่เต็มงวด โดยเมื่อเทียบกับผู้โดยสารรวม (6 สนามบินขาเข้า + ออก) เฉลี่ยรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์อยู่ที่ 138 บาทต่อคน (1Q68 ที่ 168 บาทต่อคนและ 4Q68 ที่ 186 บาทต่อคน) ใกล้เคียงสมมติฐานฝ่ายวิจัยทั้งปีที่ 134 บาทต่อคน
ขณะที่ OPEX อยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 1% QoQ ตามรายได้ และ 4% YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงานตามการปรับขึ้นเงินเดือนและค่าซ่อมบำรุง โดยรวม Operating profit margin อยู่ที่ 37% เทียบกับ 33% งวดก่อน แต่ลดจาก 42% งวดเดียวกันปีก่อน ตาม Economies of scale ที่น้อยลง หลังรายได้ชะลอตัว
ด้านงบดุลและ CFO : ลูกหนี้การค้า (สั้น + ยาว) ลง 11% QoQ มาอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท (จำนวนวันในการเรียกเก็บหนี้ที่ 95 วัน ดีขึ้นจาก 103 วันในงวดก่อน) สะท้อนการจ่ายเงินของคู่ค้าตามเงื่อนไข โดยมูลหนี้กายใต้มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบิน ณ สิ้นงวด 1Q69 อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ต่ำลงจาก 1.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นงวดก่อน ภาพดังกล่าวหนุน CFO ขยับมาที่ 9.7 พันล้านบาท (+30% QoQ, +69% YoY) โดยรวม ฝ่ายวิจัยมองบวกต่องบดุล (D/E 0.5 เท่า) และพัฒนาการของกระแสเงินสดโดยแนวโนมกำไรปกติ 2Q69 (ม.ค. – มี.ค. 69) ขยายตัว QoQ ตามฤดูกาล ในเชิง YOY คาดอัตราการลดลงดีขึ้นจากฐานผู้โดยสารเส้นทางจีน (เข้า + ออก) ในช่วง ก.พ. – มี.ค. 68 ต่ำ (เพราะเหตุ ชิง ซิง) เฉลี่ยราว 1.4 ล้านคนต่อเดือน (1Q69 เฉลี่ยยืนได้ที่ 1.5 ล้านคนต่อเดือน) ซึ่งข้อมูลผู้โดยสารระหว่างประเทศ 1 ก.พ. – 7 ก.พ. 69 กลับมาเป็นบวก 0.4% YoY มีพัฒนาการจาก ม.ค. 69 ที่ชะลอตัว 1% YoY (ตรุษจีนปีก่อนอยู่ปลาย ม.ค.) ประกอบกับ 2Q68 ฐานรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ไม่สูง (5.2 พันล้านบาท VS 1Q68 ที่ 5.6 พันล้านบาท) เนื่องจากมีการให้ส่วนลดกับ KP ราว 800 ล้านบาท
ซื้อ ตามแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน
อิง DCF ปรับลดค่า Beta สะท้อนพัฒนาการของงบดุลและ CFO ข้างต้น ให้ WACC ที่ 5.9% (เดิม 6.2%) ให้ FV ปี 2569 – 70 ที่ 60 บาท (เดิม 55 บาท) และ 67 บาท เทียบเท่า PER ที่ใช้ในการประเมินมูลค่า 37 เท่า และ 32 เท่า (PEG ราว 1.6 เท่า เทียบ CAGR ของกำไรฯ ปี 2569F – 71F ราว 20% ต่อปี และ ROE ราว 19%) ตามลำดับ ยัง
ไม่เกินค่าเฉลี่ยปี 2559 – 62 ที่ 36 เท่า (ช่วงดังกล่าวกำไรฯ มี CAGR เฉลี่ย 12% ต่อปี และ ROE ราว 17%)
คงอยู่ฝั่งซื้อ มองราคาหุ้น YTD บวก 7.5% เทียบ SET ขึ้น 14% รับการลดลงของกำไรฯ รายไตรมาสเชิง YoY แล้ว ขณะที่กระแสเงินสดมีเสถียรภาพขึ้นและทิศทางนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัว รวมถึงแผนการเป็น Hub การบินของภาครัฐ มีโอกาสหนุนราคาหุ้นให้เคลื่อนไหวสอดคล้องกับ SET มากขึ้น ในระยะถัดไป ตามความเห็นฝ่ายวิจัย
ประเด็นความเสี่ยงสำคัญ และ SENSITIVITY ANALYSIS
- รายได้รวมปี 2569 – 70 ที่ลดลง (เพิ่มขึ้น) 10% (ปี 2571 – 73 คงเดิม) บนสมมติฐานอื่นคงเดิม จะส่งผลให้กำไรปกติปี 2569 – 70 ลดลง (เพิ่มขึ้น) ราว 26%
- Norm Profit Margin ปี 2569- 2570 ที่ลดลง (เพิ่มขึ้น) 2% จากสมมติฐานปัจจุบันเฉลี่ยที่ 30% (ปี 2559 –
2562 Norm profit margin มีการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ย 2%) จะส่งผลให้กำไรปกติปี 2568-69 ลดลง เพิ่มขึ้น) เฉลี่ยประมาณ 7%
3.) รายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ลดจากสมมติฐาน หรือการรับรู้ PSC ช้ากว่าสมมติฐาน
ES VOJ AOT
Environment (E) นำหลักการวิธีการแก้ไขมลพิษทางเสียงอย่างสมดุลของ ICAO มาใช้ในการดำเนินงาน อาทิการลดเสียงที่อากาศยาน สนับสนุนหรือรณรงค์ให้สายการบินใช้อากาศยานที่มีการออกแบบหรือเครื่องยนต์ที่ปล่อยเสียงต่ำกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้ด้านคุณภาพอากาศทาง AOT จัดให้มีการตรวจสอบสภาพยานพาหนะให้อยู่ในสภาพดีไม่มีการปล่อยมลพิษเกินที่กฎหมายกำหนด
Social (S) ช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ติดสนามบิน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เช่น ช่วง COVID-19 มีแจกถุงยังชีพและน้ำ ดื่ม รวมถึงเปิดช่องทางให้ชุมชนเข้ามาขายสินค้าในพื้นที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผ่านจากสุวรรณภูมิแฟร์ Governance (G) ต่อต้านการคอร์รัปชั่นตาม CAC และมีการกำกับดูแลกิจการสอดคล้องกับแนวทางของ ก.ล.ต.
ESG Comment การดูแลลดเสียงจากอากาศยาน ให้กับชุมชนรอบสนามบินช่วยให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่าง AOT และชุมชน ทำให้การต่อต้านหากในอนาคตมีแผนขยายสนามบินในบริเวณเดิม มองมีโอกาสส่งผลให้แรงต่อต้านจากชุมชนไม่สูง เอื้อต่อการเติบโตของรายได้หลังการขยายสนามบินแล้วเสร็จ
แก้ไขคำผิดและการพิมพ์ผิดที่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษและตัวเลขคงไว้เหมือนต้นฉบับ โดยคงรูปแบบเนื้อหา ย่อหน้าเดิมไว้ ไม่ต้องเรียบเรียงใหม่







