บล.เอเซีย พลัส: 

PLANB กำไร Q4 ดีกว่าคาด พร้อมลุยต่อปีนี้

Flash Points

• งวด 4Q68 กำไรสุทธิ 352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY สูงกว่าคาด 4% นับเป็นกำไรรายไตรมาสสูงสุดครั้งใหม่ สนับสนุนจากอัตราการใช้สื่อนอกบ้านที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลอยู่ที่ 80.0% ในขณะที่ PLANB มีการเพิ่มกำลังการผลิตสื่อขึ้นอีก 134 ล้านบาท เทียบกับ 4Q67 บวกกับรายได้จากธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจมวยเวทีราชดำเนินที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นหลังมีการปรับโฉมเวทีใหม่ และมีรายได้ค่าบริหารสื่อให้ VGI รับรู้ไตรมาสนี้อีก 21 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมรายได้ทำได้สูงถึง 2,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% QoQ และ 12% YoY

• Gross Margin เฉลี่ย 4Q68 ทำได้ 31.4% ลดลงจากงวด 4Q67 ที่ทำได้ 32.1% เกิดจากความไม่ประหยัดต่อขนาด เพราะมีอัตราการใช้สื่อต่ำกว่าปีก่อน 0.9% (4Q67 U-rate 80.9%) ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากสื่อใหม่ที่มีเพิ่มเข้ามาในระหว่างปี และการรับรู้ต้นทุนจากการปันส่วนราคาซื้อ (PPA) จากการเข้าลงทุนในบริษัท Hello เข้ามาเป็นไตรมาสแรก

Impact Insight

• ปี 2568 กำไร 1,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY เป็นกำไร New High ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทำให้การปรับค่าโฆษณาลำบากและมีเหตุถวายอาลัยช่วงปลายปี แต่ธุรกิจใหม่อย่างธุรกิจมวยเวทีราชดำเนินที่ทำรายได้เกินเป้าหมาย บวกกับการต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญด้วยการเข้าไปรับบริหารสื่อให้ VGI ช่วยเพิ่มรายได้ให้ PLANB และคาดหวัง Synergy มากขึ้นอีกในปี 2569 โดย PLANB ประกาศจ่ายปันผลเพิ่มอีก 0.0435 บาท/หุ้น (XD 20 เม.ย. 69) รวมทั้งปีจ่ายปันผล 0.2109 บาท

• การเติบโตในปี 2569 มาจากการ Unlock Value สินทรัพย์เดิมที่มีอยู่ โดยจะทยอยปรับราคาสื่อบางทำเลที่มีอัตราการใช้สื่อสูง เช่น สื่อ The 20th รวมถึงการรับประโยชน์จากการเข้าไปบริหารสื่อให้ VGI เต็มปี ส่วนธุรกิจมวยเวทีราชดำเนินยังเป็น Growth Driver ที่สำคัญ ด้วยเป้าหมายผู้เข้าชมมวย 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 5 แสนคนในปี 2568 นอกจากนี้ PLANB ยังมีโอกาสที่จะเข้าไปรับบริหารสิทธิ์กีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 จากที่เคยประสบความสำเร็จจากการบริหารสิทธิ์รายการกีฬาระดับนานาชาติมาแล้วหลายครั้งในอดีต

Execution

• ฝ่ายวิจัยปรับสมมติฐานการใช้งบลงทุนระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าของ PLANB ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท รวมถึงมีการปรับ Risk Premium ของตลาดขึ้นจาก 6% เป็น 8% สะท้อนความเสี่ยงจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาเหมาะสมลดลงจาก 7.30 บาท เหลือ 5.70 บาท คิดเป็น Implied PER 22.5 เท่า ให้คำแนะนำ ซื้อ

- Advertisement -