บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
STECON Group (STECON.BK/STECON TB)*
กระแสข่าวดีหนุนต่อเนื่อง
Event
อัปเดตข้อมูลบริษัทภายหลังประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดกับปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายใหม่
Impact
โครงการภาคเอกชนมูลค่ารวมราว 5.25 หมื่นลบ.อยู่ใน pipeline
แม้มูลค่างานใหม่ที่ลงนามปี 2568 ที่ 4.2-4.3 หมื่นลบ. (-4% YoY) ต่ำกว่าเป้าทั้งปี แต่ บริษัทฯตั้งเป้าลงนามโครงการภาคเอกชนใหม่มูลค่ารวมราว 5.25 หมื่นลบ.ในปีนี้ (ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงไฟฟ้า และโครงการอสังหาฯ) โดยโครงการดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่า 3.08 หมื่นลบ. (เพิ่มจากเดิมคาดที่ 2.44 หมื่นลบ.) ซึ่งราว 8 พันลบ.จะเป็นส่วนของกิจการร่วมค้า (JV) ที่อยู่ระหว่างการลงนามสัญญาหรือยื่นประมูล นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าลงนามโครงการอสังหาฯ มูลค่า 1.9 หมื่นลบ. (เพิ่มจากเดิมคาดที่ 4.8 พันลบ.) รวมถึง Bangkok Mall เฟส II ในส่วนครงการบ้านเจ้าพระยา (Baan Chao Thai) ของ BTS Group Holdings (BTS.BK/BTS TB) ใน 2 ทำเลจะเป็นอัพไซด์ อีกทั้งยังมีโครงการโรงไฟฟ้า 2 โครงการมูลค่ารวม 2.7 พันลบ.อยู่ในรายการ โดย STECON คาดว่าจะสามารถลงนาม 1 โครงการดาต้าเซ็นเตอร์และ 1 โครงการโรงไฟฟ้าได้ใน 1Q69 ในแง่งานรับเหมาในมือ (backlog) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่เกือบ 1 แสนลบ. (ไม่รวมโครงการอู่ตะเภามูลค่า 2.7 หมื่นลบ.) ส่วนโครงการภาครัฐมูลค่ากว่า 5 แสนลบ. คาดว่าจะเริ่มเดินหน้าใน 2H69F หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยที่โครงการภายใต้รูปแบบ PPP (PublicPrivate Partnership) น่าจะได้รับการผลักดันเป็นลำดับแรก
คาดกำไร 4Q68F และปี 2568F จะสูงกว่าคาด
ก่อนหน้านี้เราคาดกำไร 4Q68/ปี2568F ที่ 179 ลบ. (+10% QoQ) และ 1.2 พันลบ. ตามลำดับ แต่ล่าสุด STECON ได้ให้ guidance เชิงบวกมากขึ้น โดยรายได้ 4Q68F จะทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสกว่า 1 หมื่นลบ. และอัตรากำไรขั้นต้นเกิน 7% นอกจากนี้ STECON อาจรับรู้กำไรส่วนแรกจากการยุติข้อพิพาทนอกศาลกับกลุ่มกิจการร่วมค้า UJV ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ CFP ของ Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)* ซึ่งเป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันอยู่ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิ 4Q68F ขึ้นอีกที่ 276 ลบ. (+69% QoQ) ซึ่งฟื้นตัวอย่างมีนัยยะจากขาดทุนสุทธิ 2.36 พันลบ.ใน 4Q67 ทำให้กำไรปี 2568F อยู่ที่ 1.3 พันลบ. เพิ่ม 8% จากคาดเดิม รวมเงินชดเชยค่าเครมประกันโครงการป้องกันน้ำท่วมหนองบอนราว 350 ลบ.
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
เราปรับเพิ่มกำไรหลักปี 2569F ขึ้น 28% ที่ 1.25 พันลบ. (+37% YoY) และปี 2570F อยู่ที่ 1.32 พันลบ. (+6% YoY) บนสมมติฐานรายได้เติบโตเฉลี่ย 7% ต่อปี อัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่งกว่า 7% และรายได้เงินปันผลจาก Gulf Development (GULF BK/GULF.TB)*โดดเด่น แต่เรายังไม่ได้รวมกำไรจากการยุติข้อพิพาทกับ UJV ไว้ในประมาณการปี 2569F ซึ่งอาจมีมูลค่าหลายร้อยลบ. จากมูลค่ารวมราว 1 พันลบ.
Valuation & Action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นที่ 12.00 บาท จากเดิม 7.70 บาท จากมูลค่าธุรกิจหลัก 11.6 บาท อิงจาก PE ปี 2569F ที่ 14x (-1.0SD) จาก 10x (-1.5SD) บวกกับมูลค่ากำไรที่อาจได้รับจาก UJV อีก 0.4 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STECON
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ








