บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

Stecon Group (STECON TB)

มูลค่าหุ้นมีโอกาสปรับขึ้นต่อ (re-rating)

คงคำแนะนำ ซื้อ โมเมนตัมกำลังก่อตัว

เราคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ STECON และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 12.50 บาท (ประเมินด้วยวิธี SOTP) โดยคาดว่ากำไรจะมีโมเมนตัมแข็งแกร่งในช่วง 4Q68–1Q69 ได้แรงหนุนจากรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นใน 4Q68 และรายได้เงินปันผลเข้ามาใน 1Q69 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-70 ขึ้น 12–14% เพื่อสะท้อนการดำเนินงานก่อสร้างที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่มูลค่างานในมือ (backlog) ปัจจุบันที่ 1 แสนล้านบาท สามารถรองรับรายได้ได้อีก 2–3 ปี แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้ว แต่เรามองว่ายังมีโอกาสเกิดการ rerating จากระดับ P/E ปัจจุบันที่ 14 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย -1.25SD) จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งและความชัดเจนของโครงการที่ดีขึ้น โดยในอดีตหลังการจัดตั้งรัฐบาลและการเปิดประมูลที่เพิ่มขึ้น มักสนับสนุนให้ค่า P/E ขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 15–30 เท่า

คาดกำไร 4Q68 ฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ

เราคาดกำไรหลัก 4Q68 ที่ 266 ล้านบาท (ประกาศงบ 23 ก.พ.) พลิกจากขาดทุน 1.15 พันล้านบาทใน 4Q67 และเพิ่มขึ้น 63% QoQ โดยการฟื้นตัว YoY มาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน และรายได้ก่อสร้างที่แข็งแกร่ง (+38% YoY, +42% QoQ) จากการเร่งดำเนินงานโครงการที่ล่าช้าและงานหลักต่าง ๆ นอกจากนี้ STECON คาดว่าจะรับรู้กำไรจากเงินชดเชยโครงการ Clean Fuel Project ในช่วง 4Q68-69 ซึ่งประเมินเบื้องต้นอยู่ในระดับหลายร้อยล้านบาท อย่างไรก็ดี เรายังไม่รวมรายการนี้ในประมาณการ เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขชัดเจน ดังนั้นกำไรสุทธิที่รายงานอาจสูงกว่ากำไรหลัก

แนวโน้ม 1Q69 แข็งแกร่ง พร้อมโครงการใหม่ทยอยเข้า

เราคาดกำไร 1Q69 ยังแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ได้แรงหนุนจากรายได้จากเงินปันผลที่จะเข้ามาในไตรมาสนี้ ขณะที่ด้านธุรกิจก่อสร้างคาดเติบโต YoY จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ชะลอเล็กน้อย QoQ จากฐานสูงใน 4Q68 ที่มีการเร่งงานไปก่อนหน้า ทั้งนี้ เราคาดว่า STECON จะได้งานภาคเอกชนเพิ่มเติมใน 1H69 โดยเฉพาะโครงการ Data Center มูลค่าราว 2.4 หมื่นล้านบาท ส่วนใน 2H69 เราคาดว่าการเปิดประมูลงานภาครัฐจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นแรงหนุนการเติบโตเพิ่มเติม

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69-70 ขึ้น 12–14% พร้อมอัพไซด์

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69-70 ขึ้น 12–14% จากรายได้ก่อสร้างและ GPM ที่ดีกว่าคาด โดยคาดกำไรปี 69-70 จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 9% หนุนโดย รายได้ก่อสร้างเติบโตเฉลี่ยราว 3% ต่อปีในช่วงเร่งงาน รายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนการรับรู้ขาดทุนที่ลดลงในปี 2569 หลังจากไม่ต้องบันทึกขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังอาจมี upside หาก GULF มีการจ่ายปันผลจากเงินปันผลพิเศษที่ได้รับจาก ADVANC ให้แก่ผู้ถือหุ้น เนื่องจาก STECON ถือหุ้นจำนวน 226.5 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

- Advertisement -