บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BANGKOK BANK (BBL TB)
Poised to ride the investment upcycle
- แนวโน้มปี 2026 ระมัดระวัง แต่เห็นโอกาสจากการลงทุนระดับประเทศที่กำลังเกิดขึ้น
- คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ หนุนต้นทุนความเสี่ยงลดลงในปี 2026 เพื่อบริหารกำไร
- คงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026 ที่ 188 บาท
แรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนในประเทศไทยและภูมิภาค
เป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปี 2026 ยังคงใกล้เคียงกับปี 2025 ที่ 2–3% y-y โดยการเติบโตจะมาจากสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อต่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อพาณิชย์ ธุรกิจ และรายย่อยคาดว่าจะทรงตัว y-y แม้ยังมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ BBL มองเห็นโอกาสการเติบโตในประเทศจากแรงส่งการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พร้อมการปล่อยสินเชื่อที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของไทยไปสู่อุตสาหกรรมการเติบโตใหม่ ส่วนธุรกิจในต่างประเทศ ธนาคารเห็นศักยภาพการเติบโตในตลาดอาเซียนหลัก แม้การเติบโตในอินโดนีเซียชะลอลง แต่ไม่กระทบต่อ PT Bank Permata (ถือหุ้น 89%) ซึ่งยังคงสร้างการเติบโตของสินเชื่อสกุลเงินท้องถิ่น 5.5% y-y และกำไรสุทธิ 0.6% y-y ในปี 2025 อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินรูเปียห์ส่งผลให้ตัวเลขที่รายงานในรูปเงินบาทหดตัว BBL ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของ PT Bank Permata
NIM หดตัว มุ่งควบคุมต้นทุนและลดต้นทุนความเสี่ยง
BBL ตั้งเป้า NIM ที่ 2.40–2.50% ในปี 2026 (ลดลง 25–35bps y-y) และจะลดแรงกดดันด้านรายได้ด้วยการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดขึ้นหลังการลงทุนระบบหลักแล้วเสร็จ โดยตั้งเป้าอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ในระดับปลาย 40% ด้วยการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีวินัยและมีอัตราส่วนสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพที่แข็งแกร่งที่ 301% ธนาคารคาดว่าต้นทุนความเสี่ยงจะกลับสู่ระดับปกติที่ 1.00% (จาก 1.36%) ท่ามกลางการปรับพอร์ตไปสู่สินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำลง
ปรับประมาณการ โดยคาดกำไรปี 2026–28E ยังทรงตัวได้
เราปรับประมาณการปี 2026–28 เล็กน้อยเพื่อสะท้อนเป้าหมายธุรกิจปี 2026 โดยมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อต้นทุนความเสี่ยง แต่ระมัดระวังมากขึ้นต่อ NIM การเติบโตของค่าธรรมเนียมสุทธิ และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ หลังการปรับประมาณการ เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ย 0.3% CAGR โดยถูกกดดันจากฐานกำไรที่สูงในปี 2025 อย่างไรก็ดี เราคาดว่าธุรกิจต่างประเทศจะยังสร้างการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่ง (ราว 22% ของทั้งหมด) และช่วยประคองผลการดำเนินงานโดยรวม
คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2026 ที่ 188 บาท
เราคงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2026 ขึ้นเป็น 188 บาท จาก 177 บาท อิงวิธี GGM ที่ PBV 0.60x (จาก 0.55x) ภายใต้สมมติฐาน LT-ROE ที่ 7.3% และ COE ที่ 11.5% ราคาหุ้นปัจจุบันยังน่าสนใจที่ 0.52x PBV เทียบกับประมาณการ ROE ปี 2026 ที่ 7.4% นอกจากนี้ เรายังคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5–6% ต่อปี ภายใต้สมมติฐานอัตราการจ่ายปันผล 37–39% ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ฉบับนี้ปัจจุบันจัดทำโดยคุณอุษณีย์ ลิ่วรัตน์







