บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
L.P.N. Development (LPN.BK/LPN TB)
ประมาณการ 4Q68F: พลิกกลับเป็นขาดทุน
Event
ประมาณการ 4Q68F และปรับประมาณการกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่
Impact
พรีเซล 4Q68 ลดลง 15% QoQ
LPN รายงานยอดพรีเซลรวม 4Q68 ที่ 1.8 พันล้านบาท มาจากโครงการแนวราบ 335 ล้านบาท (-10% QoQ) และโครงการคอนโด ฯ 1.4 พันล้านบาท (-16% QoQ) ส่งผลให้พรีเซลปี 2568 อยู่ที่ 7.25 พันล้านบาท (-14% YoY) โดยที่ บริษัทไม่มีการเปิดโครงการใหม่ใน 4Q25 ดังนั้นโครงการเปิดใหม่ทั้งปี 2568 จึงลดลงเหลือเพียง 2.1 พันล้านบาท (-47% YoY)
คาดผลประกอบการ 4Q68F จะพลิกกลับเป็นขาดทุน
เราประเมินว่า LPN จะขาดทุนสุทธิ 4Q68F ที่ 21 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุนสุทธิ 116 ล้านบาทใน 4Q67 และกำไรสุทธิ 50 ล้านบาทใน 3Q68) โดยที่ คาดว่ายอดขายที่อยู่อาศัยจะฟื้นตัว 17% QoQ สู่ 1 พันล้านบาท ขณะที่ คาดอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) จะลดลงที่ 14.4% (เทียบกับ 11.4% ใน 4Q67 และ 23.2% ใน 3Q68) ผลจากการแข่งขันราคาที่รุนแรงช่วงปลายปี นอกจากนี้ LPN ยังจะบันทึกขาดทุนจากบ้านค้างสต็อกที่ขายออกได้ช้าใน 4Q68F ด้วย
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F–69F
หาก LPN ประสบภาวะขาดทุน 4Q68F ตามเราคาด จะทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2568F ลดลง 45% YoY เหลือ 61 ล้านบาท (-40% จากประมาณการเดิมของเรา) ทั้งนี้ กำไรของ LPN ในช่วงสามปีที่ผ่านมา (ปี 2566–68F) หดตัวเฉลี่ยถึง 55% ต่อปี แต่มองในปี 2569F นี้ เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวราว 8% YoY อยู่ที่ 66 ล้านบาท (-34% จากประมาณการเดิม) จากฐานกำไรปี 2568F ต่ำ ขณะที่ บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 2–3 โครงการ มูลค่ารวมราว 3–4 พันล้านบาท เทียบกับเพียง 2.1 พันล้านบาทปี 2568 อย่างไรก็ดี ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงท้าทายจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้การฟื้นตัวค่อนข้างลำบากเพราะ LPN เน้นตลาดผู้ซื้อบ้านในระดับล่าง
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” และปรับลดราคาเป้าหมายลงใหม่ที่ 1.38 บาท อิงจาก PB ปี 2569F ที่ 0.17x (ต่ำกว่า -2SD) โดยที่ ณ ราคาเป้าหมายใหม่นี้ คิดเป็น PE ที่ 31x (+0.75SD เหนือค่าเฉลี่ยในอดีต)
Risks
ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โอกาสการปฏิรูปนโยบายจากภาครัฐ การให้สินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้นท่ามกลางภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนสูงยืดเยื้อ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น รวมทั้ง การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรายวัน








