บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

KRUNG THAI BANK (KTB TB)

Promising business prospects in 2026

  • แม้เป้าหมายทางธุรกิจปี 2026 ยังคงตั้งไว้แบบระมัดระวัง แต่เรามองเห็นโอกาสการเติบโตที่ดีขึ้นใน 2H26
  • แผนบริหารเงินกองทุนที่เชิงรุกมากขึ้นจะหนุนให้ผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจมากขึ้นที่ประมาณ 6% ต่อปี
  • คงคำแนะนำซื้อ และเลือก KTB เป็นหุ้นเด่นสุดในกลุ่มธนาคาร

สินเชื่อมีแนวโน้มเร่งตัวใน 2H26

ในการประชุมนักวิเคราะห์ KTB ที่ผ่านมา (16 ก.พ.) คงยืนยันเป้าหมายรักษา ROE ระยะยาวที่ระดับ 10%++ ต่อเนื่องจาก 10.7% ในปี 2025 และประกาศเป้าหมายปี 2026 อย่างเป็นทางการดังนี้ 1) สินเชื่อเติบโต 0–2% y-y โดยขับเคลื่อนจากสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ (24% ของพอร์ต) ขณะที่สินเชื่อภาครัฐ (21%) จะเน้นบริหารสภาพคล่องส่วนเกิน และจะขยายไปยังกลุ่มอื่นเมื่อความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนกลับมาหลังการจัดตั้งรัฐบาลและการอนุมัติงบประมาณ ส่วนสินเชื่อรายย่อย (46% โดยมากกว่าครึ่งเกี่ยวข้องกับลูกค้าที่เกี่ยวข้องภาครัฐ) ยังเติบโตดี โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย; 2) NIM จะลดลงราว 32–47bp มาอยู่ที่ 2.35–2.50% สะท้อนผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงจากการปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปี 2025; 3) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิจะเติบโตระดับราว 5% y-y หนุนจากธุรกรรมบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจใหม่ สอดคล้องกับปี 2025; และ 4) Cost-to-income ratio จะอยู่ในระดับ 40% ต้นถึงกลาง สูงกว่า 40.3% ในปี 2025 เล็กน้อย จากการควบคุมต้นทุนเข้มงวด เพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายพนักงาน และลงทุนต่อเนื่องในระบบ IT

แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ขึ้นกับทิศทางสินเชื่อ

โดยรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแกร่ง และธนาคารฯ ยืนยันนโยบายจัดชั้นสินเชื่อแบบอนุรักษ์นิยม เป้าหมายสัดส่วน NPL ที่ <3.10% จะขึ้นกับการเร่งตัวของสินเชื่อใน 2H26 ซึ่งจะกำหนดระดับ Credit cost ให้อยู่ในกรอบ 75–115bp (เราคาด 90bp) KTB ยังมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมี CAR ที่ 22.1% และ CET1 ที่ 19.3% เปิดทางให้สามารถเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2025 จาก 46.8% ในปี 2024 ธนาคารประกาศเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H25 ที่ 0.43 บาท (เราคาด 1.40 บาท สำหรับ 2H25) คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลปี 2025 ที่ 53.0% และคาดเพิ่มเป็น 55.7–56.6% ในช่วงปี 2026–28

Non-NII หนุนปรับเพิ่มประมาณการกำไร

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026–28 ขึ้นเฉลี่ย 1.3–5.6% เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อ Non-NII, Credit cost และ Cost-to-income ratio โดยเฉพาะการรับรู้กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในหุ้น THAI ที่จัดเป็น FVTPL ซึ่งคาดรับรู้ใน 1Q26 (สัดส่วนถือหุ้น 4.65% ราว 1.32 พันล้านหุ้น) อย่างไรก็ดี เราใช้สมมติฐานระมัดระวังมากขึ้นต่อ NIM และการเติบโตของค่าธรรมเนียม ภายหลังการปรับประมาณการ เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2026–28 จะทรงตัวใกล้เคียงเดิม โดยมี CAGR ระดับต่ำจากฐานกำไรสูงในปี 2025 สอดคล้องแนวโน้มกลุ่มธนาคาร

คงคำแนะนำซื้อ และเลือก KTB เป็นหุ้นเด่นสุดในกลุ่มธนาคาร

เราคงคำแนะนำซื้อ และเลือก KTB เป็นหุ้นเด่นสุดในกลุ่มธนาคาร (ร่วมกับ SCB) โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 36.40 บาท (จาก 29 บาท) อิงวิธี GGM ที่ PBV 1.05x (LT-ROE 10%, COE 9.6%) พร้อมผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยมากกว่า 6% ต่อปี ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ฉบับนี้ปัจจุบันจัดทำโดยคุณอุษณีย์ ลิ่วรัตน์

- Advertisement -