บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

GLOBAL POWER SYNERGY (GPSC TB)

2026 Tailwinds build

  • เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มกลุ่มโรงไฟฟ้าจากมาร์จิ้นของ SPP ที่มีแนวโน้มดีขึ้นและโอกาสประมูลงานใหม่
  • เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของกำไรจากโรงไฟฟ้าหลักและคงประมาณการกำไรปกติปี 2026–27 ที่เติบโต 18.3% y-y และ 10.3% y-y ตามลำดับ
  • ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 54 บาท

แนวโน้มกลุ่มโรงไฟฟ้าเป็นบวก: มาร์จิ้น SPP ดีขึ้น และมีโอกาสประมูลใหม่

โทนการประชุมนักวิเคราะห์เป็นบวกต่อแนวโน้ม Ft/ต้นทุนก๊าซ โดยผู้บริหารยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ Ft และคาดว่า Ft จะทรงตัวที่ 9.74 สตางค์/หน่วย ภายใต้นโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน ขณะที่ต้นทุนก๊าซเป็นปัจจัยหนุน โดยบริษัทคาดว่าราคาก๊าซเฉลี่ยจะลดลงมาอยู่ที่ USD260–270/MMBtu (เทียบกับ USD280–290/MMBtu ใน 1Q26) ซึ่งดีกว่าสมมติฐานของเราที่ USD280/MMBtu ส่งผลให้มาร์จิ้น SPP มีแนวโน้มปรับดีขึ้นในปี 2026 ด้านการเติบโตระยะกลาง-ยาวจากแรงขับเคลื่อนหลักจากดีมานด์ของ Data Center ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่ง GPSC มีแผนนำโรงไฟฟ้าเดิมที่หมดสัญญา PPA แต่ยังมีอายุใช้งานได้ราว 15 ปี กลับมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะอาจนำโรงไฟฟ้า GIPP (677MW) กลับมาเดินเครื่องเพื่อขายไฟให้ Data Center ระยะแรก 300MW ภายใต้เงื่อนไขว่าภาครัฐสนับสนุนและอนุมัติโครงการ Direct PPA (2GW) นอกจากนี้ GPSC อยู่ระหว่างหารือกับพันธมิตรและประเมินโครงการที่มีอยู่ เพื่อใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิมและลงทุน Data Center ในอินเดีย (ขนาด 30–50MW) อีกทั้งการลงทุนในสินทรัพย์โรงไฟฟ้าภายในกลุ่ม ปตท. ด้วย

งบ 4Q25 ออกมาใกล้เคียงคาด

GPSC รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.5 พันลบ. (-14% q-q แต่ +50% y-y) ใกล้เคียงประมาณการของเรา โดยกำไรสุทธิปรับลดลง q-q จากผลการดำเนินงานของ IPP/SPP ในประเทศอ่อนลง เนื่องจาก contribution margin ลดลงตาม Ft ที่ต่ำลง และสัญญา PPA ของ GSPP11 สิ้นสุดลง รวมถึงกำไรจาก GHECO-1 อ่อนตัวจากการสูญเสียมูลค่าความร้อนของถ่านหิน (coal heating value loss) อย่างไรก็ดี ผลกระทบดังกล่าวถูกชดเชยด้วยส่วนแบ่งกำไรที่ดีขึ้นจากสินทรัพย์ต่างประเทศและบริษัทร่วม ส่งผลให้กำไรปกติปี 2025 อยู่ที่ 5.6 พันลบ. (+38% y-y)

ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกำไรจากโรงไฟฟ้าหลัก

เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อกำไรจากโรงไฟฟ้าหลัก โดยเฉพาะ GHECO-1 ซึ่งคาดว่าจะกลับมามีส่วนร่วมต่อกำไรสุทธิในปี 2026 นอกจากนี้ GPSC ควรจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก RPCL เพิ่มขึ้น หลังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็นราว 10% ในปี 2026 รวมถึงการมีส่วนร่วมที่ดีขึ้นจากสินทรัพย์ต่างประเทศและบริษัทร่วม โดยเราคงประมาณการการเติบโตกำไรปกติปี 2026–27 ที่เติบโต 18.3% y-y และ 10.3% y-y ตามลำดับ

คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 54 บาท

เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 54 บาท ปัจจัยหนุนราคาหุ้นจะมาจากแนวโน้มกำไร IPP/SPP ดีกว่าคาดจากต้นทุนก๊าซลดลง ขณะที่ค่า Ft ทรงตัว อีกทั้งมีอัพไซด์เพิ่มเติมจากโอกาสเข้าซื้อโรงไฟฟ้า SPP ขนาด 300–350MW จากกลุ่ม ปตท. รวมถึงกำลังผลิตใหม่ที่เกี่ยวข้องกับดีมานด์ของ Data Center ในอนาคต

- Advertisement -