บล.กสิกรไทย: 

BAM ผลขาดทุนด้านเครดิตที่อยู่ในระดับสูงอาจยังเป็นแรงกดดันหลักในระยะสั้น

คาดกำไรไตรมาส 4/2568 อ่อนแอ

  • เราคาดว่า BAM จะสามารถเก็บเงินสดได้แข็งแกร่งในไตรมาส 4/2568 ตามที่บริษัทฯ เคยให้แนวทางไว้ แต่เราเชื่อว่าผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและเป็นแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรในช่วงไตรมาส 4/2568 ถึงครึ่งแรกปี 2569 เราประเมินกำไรไตรมาส 4/2568 ที่ 262 ลบ. ลดลง 50% YoY แต่เพิ่มขึ้น 43% QoQ แม้เราคาดว่าการจัดเก็บเงินสดไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 4.15 พันลบ. เพิ่มขึ้น 14% QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย 3% YoY อย่างไรก็ดี กำไรไตรมาส 4/2568 จะถูกกดดันจากการตั้งสำรอง ECL ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันลบ. (+39% YoY) จากการตั้งสำรองเพิ่มเติมจากการโอนหลักประกันขนาดใหญ่ภายใต้หนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไปเป็นทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ในไตรมาสดังกล่าว ส่งผลให้ยอดจัดเก็บเงินสดปี 2568 จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.78 หมื่นลบ. สอดคล้องกับประมาณการของเรา แต่กำไรจะออกมาต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 2.2 พันลบ. จาก ECL ที่สูงกว่าคาดในช่วงไตรมาส 3/2568-4/2568

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568–70

  • จาก ECL ที่ออกมาสูงกว่าคาดในไตรมาส 3/2568 และมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในไตรมาส 4/2568 เราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2568-70 ลง 15%/13%/11% มาอยู่ที่ 1.96 พันลบ./1.92 พันลบ./2.0 พันลบ. ตามลำดับ หลังจากปรับเพิ่มสมมติฐาน ECL ขึ้น 9%/7%/5% ในช่วงปี 2568-70 ส่งผลให้แนวโน้มกำไรปี 2569 ดูไม่น่าสนใจมากนัก โดยคาดว่ากำไรจะทรงตัวที่ราว 1.9 พันลบ. ในปี 2569 ในด้านบวก หากยังคงสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 70% ในช่วงปี 2568-70 เราประเมินการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ที่ 0.41-0.43 บาทต่อปี ซึ่งสะท้อนอัตราตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจในช่วง 5.3-5.6% ในปี 2568-70

ตั้งเป้าการจัดเก็บเงินสดเติบโตราว 2 เท่าของ GDP

  • จากการจัดเก็บเงินสดที่แข็งแกร่งในปี 2568 BAM ตั้งเป้าการเติบโตของการจัดเก็บเงินสดในปี 2569 ที่ราว 2 เท่าของการเติบโตของ GDP ซึ่งหมายถึงการเติบโตของการจัดเก็บเงินสดประมาณ 3-4% โดยอิงกับประมาณการการเติบโตของ GDP ปี 2569 ของเราที่ 1.6% BAM จะยังคงรักษารูปแบบความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการจัดเก็บเงินสด เช่น ความร่วมมือกับโบรกเกอร์และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายราย ซึ่งปัจจุบันสร้างมูลค่าธุรกรรมรวมมากกว่า 300 ลบ. และคาดว่าจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ใหม่กับสถาบันการเงินอีก 2 แห่งในปี 2569 เพื่อช่วยสร้างแหล่ง NPL และหนุนการเติบโตของกำไรจากส่วนแบ่งกำไรของ JV โดย JV ปัจจุบัน 2 แห่ง ได้แก่ Arun AMC และ Ari AMC สามารถสร้างส่วนแบ่งกำไรได้ราว 50 ลบ. และ 40 ลบ. ตามลำดับในปี 2568
มุมมอง KS
  • แนะนำ “ถือ” TP ที่ 7.80 บาท ปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ลงเป็น 7.8 บาท จาก 8.5 บาท หลังจากปรับลดสมมติฐาน ROE ระยะยาวลงเหลือ 5.5% จาก 6% เพื่อสะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรล่าสุด แม้การจัดเก็บเงินสดและรายได้จาก JV จะยังมั่นคง แต่ระดับ ECL ที่สูงและการฟื้นตัวของกำไรที่จำกัดยังคงจำกัด upside ของหุ้น ส่งผลให้เราปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ”

- Advertisement -