แม้ Valuation จะเริ่มไม่ถูกแต่หุ้นไทยยังมีปัจจัยหนุนเรื่อง Fund Flow
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 32 จุด (+0.07%) เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังจากปรับลงก่อนหน้านี้ แต่ยังคงเบาบางจากความไม่มั่นใจกระแส Tech ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.8% หลังมีรายงานว่าอิหร่านและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงหลักการเจรจานิวเคลียร์
Market Outlook
เมื่อคืนสหรัฐฯ ไม่ได้มีการประกาศตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นจึงเคลื่อนไหวอย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Sector พบว่า Tech ฟื้นขึ้นมาเล็กน้อย (NVIDIA +1.2% AAPL +3.2% AMAZON +1.2%) แต่การฟื้นตัวของ Tech ยังถือว่าเล็กน้อยและตลาดยังคงมีคำถามเกี่ยวกับงบลงทุนมหาศาลว่าจะทำกำไรกลับมาได้หรือไม่ อย่างน้อยจนกว่าจะ 1Q26 ถึงจะเห็นผลกับ Capex ที่ใส่ลงไป ส่วนคืนนี้รอติดตามตัวเลขสร้างบ้านใหม่ ใบขออนุญาตก่อสร้าง และผลประชุม FED ในครั้งที่แล้ว (FED Minutes) สำหรับในประเทศเมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานจำนวนนักท่องเที่ยว ต่างชาติในช่วง 1 ม.ค. – 15 ก.พ. พบว่าอยู่ที่ 5.06 ล้านราย (-7.6%YoY) นักท่องเที่ยว จีนยังคงเป็นอันดับแรกที่ 7.7 แสนราย นักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นอันดับสองที่ 4.6 แสนราย แต่หากไปพิจารณาเป็นรายสัปดาห์จะพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 8.8 แสนราย (+10%WoW) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ยังคงอันดับแรกราว 2 แสนราย (+32%WoW) มองเป็นสัญญาณที่ดีต่อเนื่องสำหรับนักท่องเที่ยวจีน คล้ายคลึงกับว่าแรงกดดันต่างๆ ก่อนหน้านี้ เช่นความปลอดภัย การหายตัวไปของนักแสดง เริ่มคลายตัวลง จากนี้รอดูว่าหลังตรุษจีนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นเช่นไร อีกปัจจัยได้แก่ ผลประกอบการ 4Q25 วานนี้หุ้นที่รายงานกำไรขยายตัวเด่น YoY ได้แก่ GULF MTC โดยเฉพาะ GULF ที่มี EBITDA +24%YoY พร้อมประกาศจ่ายปันผลพิเศษ มองเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อหุ้น GULF
ส่วน SET INDEX วานนี้ปิดบวกแข็งแกร่ง +1.5% นักลงทุนต่างชาติยังเป็นผู้ชื้อสุทธิ 3.3 พันล้านบาท และทำให้ YTD สะสมแล้ว 4.9 หมื่นล้านบาทสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติพิจารณาอาจเป็นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองที่แข็งแกร่งผสานกับหุ้นในกลุ่ม Tech มีความไม่แน่นอนและหุ้นไทยถือว่าไม่แพงมากนักในช่วงก่อนหน้าพร้อมกับค่าเงินบาทที่ไม่ได้ผันผวนมากจนเกินไป
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1450 – 1475 ตลาดยังมีปัจจัยหนุนเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติ และระยะถัดไปมีความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นที่จะออกมาทำให้แม้ Valuation จะแพงแต่ไม่น่าจะเห็นการปรับฐานรุนแรงอาจสลับพักฐานบ้างเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้นย้ำถึงความไม่ประมาทต่อการลงทุน การ Trading ควรใช้ปริมาณเงินที่น้อยลง (Forward PE 15.5x) หุ้นแนะนำเน้นที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว อาทิ ค้าปลีก (CPALL HMPRO CPAXT) ท่องเที่ยว (AAV BA) โรงแรม (AWC CENTEL MINT) การเงิน (MTC SAWAD) กลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI) เตรียมรับมือกับหน้าร้อน
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
ICHI (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 15.10 บาท)
คาดว่ากำไรปกติจะฟื้นตัว 9% YoY ในปี 2026 ตามยอดขายชาเขียวที่ฟื้นตัวและยอดขายน้ำด่าง PH+ ที่เติบโตแข็งแกร่ง, ICHI จะรายงานผลประกอบการประจำปี ในวันที่ 19 ก.พ. 2026 เราคาดมีกำไรปกติ 4Q25 ที่ 283 ล้านบาท (+5%YoY, -21%QoQ)
CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 58.00 บาท)
คาดอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น 30 bps YoY เป็น 27.9% ใน 4Q25 จาก 27.6% ใน 4Q24 หนุนจาก 1) อัตรากำไรกลุ่มสินค้าอาหารที่แข็งแกร่งเป็น 27.5% ใน 4Q25 จาก 27.2% ใน 4Q24 ผลจากสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมทานที่เพิ่มขึ้น









