บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

SYNEX (Thailand) PCL (SYNEX.BK/SYNEX TB)

ประมาณการ 4Q68F: ได้แรงหนุนจากยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์

Event 

เราคาดว่ากำไรสุทธิของ SYNEX ใน 4Q68 จะอยู่ที่ 195 ล้านบาท (+32% YoY, -2% QoQ) แต่หากตัดรายการพิเศษ (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ~25 ล้านบาท) ออกไป เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q68 จะอยู่ที่ 170 ล้านบาท (+46% YoY, -5% QoQ) ทำให้กำไรจากธุรกิจหลักในปี 2568 อยู่ที่ 664 ล้านบาท (+30% YoY) ซึ่งเป็นไปตามประมาณการกำไรทั้งปีของเรา 

Impact 

คาดว่ายอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ product mix จะฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 

เราคาดว่ายอดขายของ SYNEX จะทำสถิติสูงสุดใหม่ใน 4Q68 ที่ 1.26 หมื่นล้านบาท (+9% YoY, +5% QoQ) โดยจะมาจากทุกธุรกิจเพราะมีการออกอุปกรณ์รุ่นใหม่ออกมาเป็นระลอก ซึ่งจะทำให้ยอดขายในปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.75 หมื่นล้านบาท (+14% YoY) ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา และ เป็นไปตามเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายของผู้บริหารที่ 10-15% YoY อย่างไรก็ตาม product mix ที่ไม่ดีเท่าเดิม (ยอดขายสินค้าของ Apple มีสัดส่วนสูงขึ้น) น่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q68 ลดลงมาอยู่ที่ 3.73% (-40bps YoY, -10bps QoQ) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568 อยู่ที่ 3.78% (-20bps YoY) ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะอยู่ที่ 2.3% (จาก 2.9% ใน 4Q67 และ 2.2% ใน 3Q68) เพราะมีการตั้งสำรองหนี้เสีย (~50 ล้านบาท) ใน 4Q68 

อุปทาน memory ที่ตึงตัวยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะแนวโน้มของเครื่องมือถือ 

เรายังคงมองว่าต้นทุนของ memory ที่เพิ่มขึ้นจากการที่อุปทานตึงตัวขึ้นอาจจะทำให้อุปสงค์ smartphone และ PC ลดลงตามประมาณการของ KGI Taiwan ที่คาดว่าอุปสงค์ PC และ smartphone ทั่วโลกจะลดลง 2% (ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกประเมินไว้ในช่วง -2% ถึง -9%) โดยความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน memory ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูต่อไปหลังจากที่ i) Tim Cook (CEO ของ Apple) บอกว่าผลกระทบจากปัญหาขาดแคลน memory จะเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป หลังจากที่ Apple ประกาศผลประกอบการออกมาและ ii) Qualcomm (บริษัทออกแบบ IC) ระบุว่าปัญหาอุปทาน memory ทั่วโลกขาดแคลนอาจจะทำให้ยอดจัดส่งเครื่องมือถือลดลง ทั้งนี้ รายได้ของ SYNEX ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ smartphones มีสัดส่วน ~35% และ PCs ~15% ของรายได้รวม ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่แผ่วลง โดยเราได้ใส่ไว้ในประมาณการของเราแล้ว (ดูบทวิเคราะห์ SYNEX ฉบับวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568) แต่เนื่องจากผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นทันที เราคาดว่าน่าจะเห็นผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และ อาจจะใช้เวลานานหนึ่งปีกว่าอุปทานที่ตึงตัวจะคลี่คลายลง 

Valuation & action 

เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 11.30 บาท อิงจาก PER ที่ 13.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) ถึงแม้เราจะใส่ผลกระทบจากอุปสงค์ที่มีแนวโน้มชะลอตัวรวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้ในประมาณการของเราแล้ว แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูต่อไป และ เมื่อประกอบกับการที่ราคาหุ้นเหลือ upside จำกัดจากราคาปิดล่าสุด เราจึงปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” 

Risks 

ภาวะการแข่งขัน และ อัตรากำไรลดลง, ความเสี่ยงจากการที่คู่ค้าปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ, การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี, อัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงจากการที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น

- Advertisement -