บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
I-TAIL CORPORATION (ITC TB)
แนวโน้มการแข่งขันอาจรุนแรงขึ้น
- ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โตมากกว่าอุตสาหกรรม 3 เท่า
- จึงตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวถึงปรับลง y-y เพราะต้องเผื่อการแข่งขันที่สูงขึ้น ถือเป็น downside ต่อประมาณการของเรา
- แนะนำ ซื้อ (เมื่ออ่อนตัว) แต่มองราคาหุ้นขาด catalyst ระยะสั้น
กำไร 4Q25 ตามคาด ทำได้ดี แม้เจอบาทแข็ง
i-Tail Corporation รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 เท่ากับ 793 ลบ. (-2.4% q-q, +0.3% y-y) หากไม่รวม FX loss จะมีกำไรปกติ 826 ลบ. (+5.0% q-q, +3.0% y-y) ทำได้ดี รายได้ USD +3% q-q, +6.7% y-y แม้เจอบาทแข็ง แต่รายได้สกุลบาทยังโตได้เล็กน้อย โดยโตดีที่ dog food (+21% q-q, +14% y-y) และ treat (+8% q-q, +43% y-y) ที่ยังโตดี และเป็นทวีปอเมริกาที่โตทั้ง q-q และ y-y อัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 25.8% (vs 25.4% ใน 3Q25 และ 25.5% ใน 4Q24) มาจากปริมาณขายสูงขึ้น ขณะที่ premium mix 4Q25 อ่อนลงอยู่ที่ 53% จาก 55.1% ใน 3Q25 และ 54.7% ใน 4Q24 แต่โดยรวมยังเป็นระดับที่ดี
ผู้บริหารตั้งเป้าปี 2026 โตมากกว่าอุตสาหกรรม
ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ USD ปี 2026 โต 9-12% y-y มากกว่าคาดการณ์ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเฉลี่ย 5 ปีข้างหน้าโต 3.5% CAGR ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายในมุมของผู้บริหาร จึงเป็นที่มาของการตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23-25% ค่อนไปในทางทรงตัวถึงปรับลงจาก 25.1% ในปี 2025 (FSSIA ใช้สมมติฐานที่ 25% ถือเป็นกรอบบน) แม้จะไม่มีการ support tariff ให้กับลูกค้า US อีก แต่บริษัทเตรียมบางส่วนเพื่อรองรับการแข่งขันที่อาจสูงขึ้น จากการขยายสินค้ากลุ่ม Innovation และการแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง ขณะที่ตั้งเป้า SG&A to sales ราว 9-10% (จาก 10.5% ในปี 2025)
แนวโน้ม 1Q26 จะลง q-q ตามฤดูกาล แต่ยังคาดโต y-y ได้
ระยะสั้น บริษัทระบุว่ามีคำสั่งซื้อล่วงหน้าใน 1Q26 ราว 70-80% ของเป้า ซึ่งเป็นเป้าที่จะเติบโตได้ตามเป้าทั้งปี เบื้องต้นเรายังคาดกำไร 1Q26 จะอ่อนลง q-q แต่ยังคาดโต y-y บริษัทรับรู้ผลบวกของ Tailwind project ราว USD 22m ในปี 2025 จากเป้าที่ USD 50m ในปี 2027 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างจะเริ่มลดลงใน 2H26 ก่อนจะหมดไปในเดือน มี.ค.-เม.ย. 2027 เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2026 จะกลับมาโต 12.0% y-y เป็น 3.34 พันลบ.
ยังแนะนำ ซื้อ แต่มองราคาหุ้นขาด catalyst ระยะสั้น
คงราคาเป้าหมายที่ 20 บาท (อิง PE เดิม 18x) ประกาศจ่ายปันผล 2H25 หุ้นละ 0.45 บาท คิดเป็น Yield 2.5% รวมกับที่จ่ายไปแล้วใน 1H25 หุ้นละ 0.4 บาท เป็นการจ่ายทั้งปี 0.85 บาท (คิดเป็น Payout 86%) ในเชิงกลยุทธ์ เราแนะนำรอซื้ออ่อนตัว เพราะราคาหุ้นขาด catalyst ระยะสั้น หลังเข้าช่วง low season และต้องติดตามแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น หากปรับลงไปที่กรอบล่างของเป้าที่ 23% จะเป็น downside ต่อกำไรปีนี้ของเราราว 12% นั่นหมายถึง กำไรจะไม่เติบโต








