MAGURO Group เปิดกลยุทธ์ธุรกิจ สุดปัง ตั้งเป้าเติบโตกว่า 30% พร้อมเพิ่ม SSSG เตรียมเปิดเพิ่ม 20 ร้าน เป็น 73 ร้านภายในสิ้นปี เปิดตัว 2 แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ต้นตำรับ ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ ใน Tabelog ถึง 6 สมัย และ Kaiten Sushi Ginza Onodera ซูชิสายพานในตำนาน ระดับพรีเมียม
MAGURO Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นแนวหน้าในประเทศไทย เปิดกลยุทธ์ใหญ่ ประจำปี 2569 มั่นใจตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30 % ตอกย้ำวิสัยทัศน์สำคัญที่มอบประสบการณ์ อาหาร “ต้นตำรับและเข้าถึงได้” เตรียมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ได้แก่ “Kaiten Sushi Ginza Onodera” ซูชิสายพานระดับพรีเมียมในตำนาน ครั้งแรกของไทยและเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ และ “IPPE KOPPE” ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง ซึ่งเป็นแบรนด์ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ ผสานกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างรอบด้าน ขยายสาขาของแบรนด์เรือธงภายในเครืออย่างต่อเนื่อง และเพิ่มยอดขายในร้านเดิม (SSSG)
คุณจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า “ปี 2569 MAGURO Group กำหนดเส้นทางการเติบโตองค์กรสอดรับ เทรนด์อุตสาหกรรมร้านอาหาร ซึ่งได้เตรียมแผนงานเชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ และผลกำไรให้แก่ นักลงทุนและผู้ถือหุ้น รวมทั้งยังคงใช้แผนกลยุทธ์ในการบริหารควบคุมต้นทุน และรายจ่าย (Cost Control) อย่างชาญฉลาดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของปี 2569 มีรายได้เติบโตกว่า 30 % โดยดำเนินกลยุทธ์สำคัญในปี 2569 ของ MAGURO Group ดังนี้
- เปิดตัวแบรนด์ใหม่ โดย เปิด 2 แบรนด์ใหม่ร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่
- Kaiten Sushi Ginza Onodera (ไคเต็น ซูชิ กินซ่า โอโนเดระ) ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง จากเครือ Onodera Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ ระดับโลก ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เป็นหนึ่งในจุดหมายที่ต้องไปสักครั้ง (Food Destination) เมื่อท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะสายซูชิเลิฟเวอร์ ซึ่งจุดเด่นสำคัญ คือ “คุณภาพของวัตถุดิบ ระดับพรีเมียม” ที่นับว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์ มื้ออาหารของร้านซูชิสายพาน ให้เทียบเท่าร้าน โอมากาเสะ (Omakase) ในราคาที่เข้าถึงได้ ทานได้บ่อยๆ และมีอิสระในการควบคุมงบประมาณ ในมื้อนั้นๆ โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเป็น สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นร้านแฟลกชิพสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
- IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ ซึ่งเป็นแบรนด์ ในเครือของ Tonkatsu AOKI ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านหมูทอดทงคัตสึ โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจากแกงกะหรี่ ญี่ปุ่นทั่วไป ด้วยการพิถีพิถันปรุงเมนูแกงกะหรี่สำหรับรับประทานคู่กับเมนูทงคัตสึเพื่อยกระดับรสชาติ ให้ดีที่สุด ใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นเพื่อให้ได้แกงกะหรี่ที่เข้มข้น รสชาติสมดุล และเข้ากันได้ดีกับทงคัตสึ การันตีคุณภาพโดยเป็นร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกระหรี่ญี่ปุ่นชื่อดัง ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569 นี้
ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ใหม่จะช่วยเติมเต็มอีโคซิสเต็มให้กับร้านอาหารญี่ปุ่นภายในเครือ MAGURO Group ให้มี ความครบครันอย่างตอบโจทย์รองรับความต้องการผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ Kaiten Sushi Ginza Onodera และ IPPE KOPPE มีจุดเด่นในด้านราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่า สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ลูกค้าวัยทำงาน ฟู้ดเลิฟเว่อร์ และลูกค้าทั่วไปที่ต้องการเปิดประสบการณ์ด้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับแท้จริง ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านบริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นแนวหน้าในประเทศไทย ที่สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรม อาหารญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง ผสานความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง
- สร้างการเติบโตของแบรนด์เรือธง โดยตั้งเป้าขยายสาขาจากแบรนด์ภายในเครือฯ เพิ่มกว่า 20 ร้าน รวมเป็นจำนวนกว่า 73 ร้าน ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อการสร้างการเติบโต และขยายกลุ่มเป้าหมายผู้โภค ให้เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน MAGURO Group มีร้านอาหารในเครือรวมทั้งหมดจำนวน 54 ร้าน จาก 8 แบรนด์ ได้แก่
- MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และซูชิระดับพรีเมียม จำนวน 20 ร้าน รวม MAGURO Kappou ร้านอาหารญี่ปุ่นประสบการณ์ใหม่คอนเซ็ปคับโปะ
- HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ จำนวน 16 ร้าน รวมร้าน HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิม ในรูปแบบ Authentic Japanese Sukiyaki Course
- SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมียม จำนวน 6 ร้าน
- Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 7 ร้าน
- CouCou ร้านอาหารรูปแบบ All-Day Dining สไตล์ตะวันตก จำนวน 2 ร้าน
- Bincho ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม จำนวน 1 ร้าน
- KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น จำนวน 2 ร้าน
- Chopman (ช็อปแมน) แบรนด์ข้าวมันไก่คราฟต์ ที่ให้บริการในรูปแบบเฉพาะผ่านเดลิเวอรี บนแพลตฟอร์ม GRAB และ LINEMAN โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน มกราคม 2569 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
- สร้างการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิม (SSSG) ใช้กลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการเติบโต ผ่านการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างหลากหลายมากขึ้น เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเมนูใหม่ๆ ตามฤดูกาล การเปิดตัวแคมเปญโปรโมชันพิเศษที่จะหมุนเวียนตลอดทั้งปี รวมถึงการเพิ่มการเข้าใช้บริการของลูกค้าสมาชิกกว่า 300,000 ผู้ใช้งาน (user) ผ่านสิทธิพิเศษมากมายตลอดทั้งปี ด้วย “Give More + Club” ระบบสมาชิกแบบไร้รอยต่อ ให้ลูกค้าระบบสมาชิกสามารถใช้ได้กับทุกแบรนด์ร้านอาหารภายใน เครือ MAGURO Group เพื่อมอบหลากหลายสิทธิประโยชน์แบบพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการ กลับมาใช้บริการซ้ำ และจูงใจให้อยากใช้บริการแบรนด์อื่นๆ ภายในเครือฯ อีกด้วย
ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในปี 2569 งวด 9 เดือนแรก MAGURO มีรายได้รวม 1,389 ล้านบาท เติบโต 42% และมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท เติบโต 65% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน











