บล.เอเซีย พลัส:

ITC กำไร 4Q68 ตามคาด แต่ upside จำกัด

Flash Points

• 4Q68 กำไรปกติตามคาดและทำจุดสูงสุดของปี 826 ล้านบาท สูงขึ้น 4.9% qoq และ 3% yoy จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากตลาดสหรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของลูกค้าใหม่และสินค้านวัตกรรมอย่างกลุ่มขนมทานเล่น (Treat) ที่มีราคาและมาร์จิ้นดี ช่วยลดผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า

• ปี 2568 กำไรปกติ 3 พันล้านบาท (-21% yoy) แม้ปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่มาร์จิ้นถูกกดดันจากสัดส่วนสินค้า Premium ที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรก และต้นทุนปลาทูน่าสูงขึ้น รวมถึงการมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพื่อลดผลกระทบจาก US Tariff ในช่วงครึ่งปีหลัง ตลอดจนค่าใช้จ่ายขายและบริหารสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กร

Impact Insight

• ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 8-11% หนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มต่อเนื่อง และตลาดสหรัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยกลยุทธ์นอกจากขยายฐานลูกค้าเดิม ยังเดินหน้าเพิ่มลูกค้าใหม่ และเพิ่มสัดส่วนสินค้าขนมทานเล่นให้ได้มากกว่า 15% ในปีนี้

• ด้าน Gross margin และ SG&A/Sales ประเมินกรอบเท่าปีก่อนที่ 23-25% และ 9-10% ตามลำดับ เทียบกับปี 2568 เฉลี่ยที่ 25.1% และ 10.5%

• สมมติฐานดังกล่าวค่อนข้างสอดคล้องกับประมาณการฝ่ายวิจัย จึงคงประมาณการเดิม คาดกำไรปกติปี 2569 เท่ากับ 3.24 พันล้านบาท กลับมาฟื้นตัว 7% จากปีก่อน โดยแนวโน้มกำไร 1Q69 คาดอ่อนตัวจาก 4Q68 เป็นไปตามฤดูกาล แต่ดีขึ้น YoY หนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มต่อเนื่องจากลูกค้าเดิมและใหม่

Execution

• นับตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้น YTD ปรับขึ้นไปราว 18% เทียบกับ SET เฉลี่ย 16% ทำให้ราคาปัจจุบันเหลือ upside จำกัด 6% จากราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 18.90 บาท ประกอบกับผลประกอบการ 1Q69 คาดไม่เด่น เนื่องจากปกติไตรมาส 1 เป็นจุดต่ำสุดของปี จึงแนะนำ Trading สำหรับ ITC โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 2H68 หุ้นละ 0.45 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 2.5% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค. 2569 เมื่อรวมกับปันผล 1H68 ทำให้ทั้งปี 2568 จ่ายรวม 0.85 บาท (Div Payout Ratio 85.6%) หรือ 4.8% และคาดเพิ่มเป็น 5.1% (หรือหุ้นละ 0.90 บาท) ในปี 2569

กำไร 4Q68 ตามคาด

งวด 4Q68 รายงานกำไรสุทธิ 793 ล้านบาท (-2.4% qoq, +0.3% yoy) หากไม่รวมขาดทุนพิเศษสุทธิ 33 ล้านบาท โดยหลักมาจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท พบว่ามีกำไรปกติตามคาด 826 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% qoq และ 3% yoy โดยกำไรสุทธิและกำไรปกติถือเป็นจุดสูงสุดของปี มาจากยอดขาย 4.78 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% qoq และ 1.8% yoy หนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่ม โดยเฉพาะจากตลาดหลักอย่างสหรัฐ (สัดส่วนยอดขาย 59%) เติบโตเด่นสุด 9% qoq และ 14% yoy จากกลุ่มลูกค้า Private label และการเปิดตัวสินค้าใหม่ ชดเชยตลาดเอเชีย/โอเชียเนีย (สัดส่วน 25%) หดตัว 10% qoq และ 23% yoy จากตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก ขณะที่ตลาดยุโรป (สัดส่วน 16%) แม้ยอดขายลดลง 6.5% qoq จากความต้องการที่ชะลอตัว แต่ยังเติบโต 13% yoy จากการเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญและลูกค้าใหม่

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของ Product Mix โดยการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนสินค้าขนมทานเล่น (Pet Treat) ซึ่งเป็นสินค้านวัตกรรมและมีมาร์จิ้นดี ทำให้บริษัทคงรักษาสัดส่วนขายสินค้ากลุ่ม Premium ในระดับสูงต่อเนื่องเฉลี่ย 53% ใน 4Q68 และสนับสนุนต่อ Gross Margin ทรงตัวสูงเฉลี่ย 25.8% (เทียบกับ 25.4% งวดก่อน และ 25.5% งวดปีก่อน) รวมถึง SG&A/Sales 10.7% ลดลงจากเฉลี่ย 11.2% งวดปีก่อน ส่วนหนึ่งจากค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กรลดลง (งวด 4Q68 อยู่ที่ 115 ล้านบาท ทรงตัวจาก 3Q68 แต่ลดลงจาก 146 ล้านบาท งวด 4Q67) แต่เพิ่มขึ้นจาก 10.2% งวดก่อน เกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าขนส่งสูงขึ้น

ทั้งปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2.97 พันล้านบาท (-17% yoy) และกำไรปกติ 3 พันล้านบาท (-21% yoy) แม้ปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นกว่า 8% แต่ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ยอดขายในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น 2.8% yoy (แต่ในเชิง USD +9% yoy) นอกจากนี้ การทำกำไรถูกกดดันจาก Gross Margin ลดลงอยู่ที่ 25.1% เทียบกับ 27.7% จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Premium ที่ลดลงในช่วงครึ่งปีแรก และต้นทุนปลาทูน่าสูงขึ้น การมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพื่อลดผลกระทบจาก US Tariff ในช่วงครึ่งปีหลัง ตลอดจน SG&A/Sales เพิ่มเป็น 10.5% เทียบกับ 9.2% ปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กร (ปี 2568 อยู่ที่ 454 ล้านบาท VS 315 ล้านบาท ปี 2567)

คงประมาณการเดิม คาดกำไรฟื้นตัวปี 2569

บริษัทเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ดังนี้

  1. ยอดขายตั้งเป้าเติบโต 9-12% yoy ในสกุลเงิน USD แต่หากรวมผลกระทบจากเงินบาทด้วยสมมติฐาน 32.5 บาท/USD คาดการเติบโตของยอดขายในสกุลเงินบาทระดับ 8-11% จากปี 2568 มีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณคำสั่งซื้อ และตลาดสหรัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตมากสุด โดยกลยุทธ์สำคัญ นอกจากขยายฐานลูกค้าเดิมในทุกตลาด ยังมีแผนขยายฐานลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง สะท้อนจากปี 2568 มีลูกค้าใหม่ 42 ราย (จากทั้ง 3 ภูมิภาค) สามารถสร้างยอดขายราว 1.8 พันล้านบาท (หรือสัดส่วน 10% ของยอดขายทั้งปี) รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ (NPD) โดยเฉพาะสินค้านวัตกรรมอย่าง Pet Treat เพื่อเพิ่มสัดส่วนยอดขายมากกว่า 15% ในปีนี้ และการขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Chunk & Pate ในตลาดสหรัฐ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้รับคำสั่งซื้อแรกเมื่อ ธ.ค. ปีที่ผ่านมา จากกลุ่มลูกค้าสินค้าตราห้าง (Private label) และจะเข้ามาสร้างรายได้เต็มปีในปีนี้ สำหรับตลาดยุโรป แม้เผชิญกับการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น แต่ยังมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ เช่นเดียวกับตลาดเอเชีย จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเชิงนวัตกรรมที่เน้นคุณค่าด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
  2. Gross Margin ประเมินกรอบ 23-25% แม้มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนขายสินค้านวัตกรรมที่มีมาร์จิ้นสูง และการรักษาสัดส่วนสินค้า Premium ในระดับ 50% รวมถึงผลบวกที่เริ่มรับรู้จากการปรับโครงสร้างองค์กร แต่การแข่งขันด้านราคาในตลาดยุโรป และการรองรับผลกระทบจาก US Tariff อาจนำไปสู่มาตรการช่วยเหลือลูกค้าทุกตลาด จึงประเมินมาร์จิ้นไม่ต่างจากกรอบปีก่อน และทรงตัว/ลดลงจากปี 2568
  3. SG&A/Sales เหมือนเป้าหมายปีที่ผ่านมาในกรอบ 9-10% ซึ่งรวมผลกระทบจากค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กร 2.4-2.6% (ปี 2568 มีสัดส่วน 2.5% ของ SG&A/Sales) ฝ่ายวิจัยคงประมาณการเดิม เนื่องจากสมมติฐานสำคัญไม่ต่างจากเป้าหมายบริษัทอย่างมีนัยฯ ภายใต้ยอดขายเติบโต 7.4% yoy, Gross Margin 24.8%, SG&A/Sales 10% และ Effective Tax Rate 5.6% คาดการณ์กำไรปกติ 3.24 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2568 โดยแนวโน้มกำไร 1Q69 คาดอ่อนตัวจาก 4Q68 เป็นไปตามฤดูกาล แต่ดีขึ้น YoY หนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มต่อเนื่องจากลูกค้าเดิมและใหม่

แนะนำ Trading….ปันผล 2H68 หุ้นละ 0.45 บาท หรือ 2.5%

นับตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้น YTD ปรับขึ้นไปราว 18% เทียบกับ SET เฉลี่ย 16% จนราคาปัจจุบันเหลือ upside จำกัดเพียง 6% เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 18.90 บาท (อิง PER ราว 17.5 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารสัตว์เลี้ยงไทยและต่างประเทศ) ประกอบกับผลประกอบการ 1Q69 คาดไม่โดดเด่น เนื่องจากปกติไตรมาส 1 เป็นจุดต่ำสุดของปี จึงแนะนำ Trading สำหรับ ITC โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 2H68 หุ้นละ 0.45 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 2.5% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค. 2569 เมื่อรวมกับปันผล 1H68 ที่จ่ายไปแล้ว 0.40 บาท ทำให้ทั้งปี 2568 จ่ายรวม 0.85 บาท (Div Payout Ratio 85.6%) หรือ 4.8% และคาดเพิ่มเป็น 5.1% (หรือหุ้นละ 0.90 บาท) ในปี 2569

- Advertisement -