บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
GFPT (GFPT TB)
เริ่มมีปัจจัยลบมากขึ้น
- แนวโน้มกำไรปี 2026 อาจชะลอตัวมากกว่าที่เคยคาด หลังเสียตลาดส่งออกจีน และต้นทุนเริ่มขยับขึ้น
- จีนอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมส่งออกไก่ของไทย ต้องติดตามต่อไป
- ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 11.8 บาท
กำไรสุทธิ 4Q25 ใกล้เคียงคาด แต่กำไรปกติดีกว่าคาด 6%
กำไรสุทธิ 4Q25 เท่ากับ 443 ลบ. (-34.0% q-q, +15.8% y-y) หากไม่รวม Derivative gain 4.4 ลบ. และความเสียหายจากเหตุไฟไหม้โรงฟักไข่ จ.ชลบุรี (จากไฟฟ้าลัดวงจร) 54.2 ลบ. (สุทธิภาษี 43.4 ลบ.) จะมีกำไรปกติ 483 ลบ. (-27.6% q-q, +55.3% y-y) สาเหตุกำไรลด q-q เพราะราคาไก่ปรับลง และบาทแข็งค่า ทำให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง q-q ส่วนกำไรที่โต y-y มาจากต้นทุนวัตถุดิบปรับลง และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมเติบโตดี (+72.1% q-q, +63.6% y-y) จบปี 2025 มีกำไรสุทธิทำนิวไฮ 2.44 พันลบ. (+23.6% y-y) ส่วนกำไรปกติ 2.48 พันลบ. (+32.3% y-y)
บริษัทตั้งเป้าปี 2026 แบบระมัดระวัง
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 2-3% y-y (จาก -2.5% y-y ในปี 2025) และตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น 15-16% (ลดลงจาก 16.4% ในปี 2025) ส่วน SG&A to sales อยู่ที่ 7.5-8.0% (ใกล้เคียงปี 2025) ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าปริมาณส่งออกในปี 2026 กลับมาฟื้นเล็กน้อยราว 2-3% y-y (vs. -9.6% y-y) เนื่องจากรายได้ส่งออกจีนหายไปตั้งแต่ 4Q25 และอาจไม่กลับมาในปี 2026 รายได้ส่งออกไปจีนคิดเป็น 1.8% ของรายได้รวม (ตลาดหลักของ GFPT คือ ยุโรป+UK 8.7% ญี่ปุ่น 6% และมาเลเซีย 4%) และส่วนใหญ่ส่งออกเป็นขาไก่เป็นหลัก ซึ่งสามารถเปลี่ยนมาขายในประเทศแทน แต่มาร์จิ้นต่ำกว่าการส่งออก
จีนคือความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมไก่ส่งออกของไทย
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากขึ้นคือ จีนขยายกำลังการเลี้ยงไก่ในอัตราเร่ง จาก 13.87 ล้านตันในปี 2023 (สัดส่วน 13.4% ของโลก) เพิ่มขึ้นเป็น 16.2 ล้านตันในปี 2025 (สัดส่วน 15.1%) ขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจาก US) และมีปริมาณส่งออกไก่ปี 2025 ที่ 1.05 ล้านตัน (+54% y-y) เป็นอันดับ 5 ของโลก ส่วนไทยอยู่อันดับ 4 ส่งออกราว 1.25 ล้านตัน (+8% y-y) มีโอกาสที่จะแซงไทยในไม่ช้า และจะเป็นลบต่ออุตสาหกรรมส่งออกไก่ของไทย หากจีนสามารถแย่งตลาดส่งออกได้ เราต้องติดตามสถานการณ์การแข่งขันของจีนต่อไป
ปรับคำแนะนำเป็น ถือ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 11.8 บาท
ระยะสั้น 1Q26 แนวโน้มกำไรอาจปรับขึ้น q-q และ y-y ได้ แม้ปริมาณส่งออกจะทรงตัว q-q แต่ได้ราคาไก่ที่ดีขึ้นช่วยหนุน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบเริ่มขยับขึ้น โดยเฉพาะราคากากถั่วเหลือง อาจเริ่มกระทบต่อต้นทุนใน 2Q26 หลังสต็อกราคาต่ำถูกใช้หมดไป กอปรกับตลาดจีนหายไป เราจึงปรับลดกำไรปี 2026 ลง 5% เป็น 2.12 พันลบ. (-12.9% y-y) และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 11.8 บาท (อิง PE เดิม 7x) ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ หรือ เก็งกำไร หากราคาไก่ปรับขึ้น หรือบาทกลับมาอ่อนค่า







