บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
CK POWER (CKP TB)
คาดกำไร 4Q25 ชะลอตัวตามฤดูกาล
- คาดกำไรปกติ 4Q25 ที่ 652 พันลบ. -46.6% q-q, -24.2% y-y จากกำลังผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลงตามฤดูกาลของโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและน้ำงึม 2
- แนวโน้ม 1Q26 จะเป็น low season ของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ประมาณ 60-90 ลบ. ต่ำสุดของปี 2026
- คงประมาณและราคาเป้าหมาย 3.90 บาท
คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ชะลอตัวจากกำลังผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามฤดูกาล
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 832 ลบ. ลดลง 34.5% q-q ตามฤดูกาล แต่เพิ่มขึ้น 54% y-y จากรายการพิเศษที่เป็นกำไรจาก FX gain ราว 180 ลบ. ของเงินกู้ในโครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง ประเทศลาว จากค่าเงินบาทแข็งค่า สวนทางกับ FX loss กว่า 320 ลบ. ใน 4Q24 สำหรับผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลักมีปริมาณน้ำไหลผ่านและระดับน้ำในอ่างเก็บลดลงทั้ง q-q, y-y ส่งผลทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดปริมาณผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเขื่อนน้ำงึม 2 ลดลง 45% q-q และ 7% y-y อยู่ที่ 555 ล้านหน่วย จากปริมาณน้ำในอ่างที่ลดลงและมีหยุดซ่อม 1 เดือน ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (BIC) คาดมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง q-q, y-y จากการกลับมาเดินเครื่องเป็นปกติหลังปิดซ่อมช่วง 3Q25 แต่ Margin แคบลงเล็กน้อยจากค่า Ft ที่ปรับลงมากกว่าค่าก๊าซที่ปรับลง สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอย่างโรงไฟฟ้าไซยะบุรีคาดมีกำไรลดลงจากปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนที่ลดลงตามฤดูกาล ทำให้มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าลดลง 13% q-q และ 7% y-y ซึ่งเราคาดกำไรปกติ 4Q25 ที่ 652 พันลบ. (-46.6% q-q และ -24.2% y-y) ส่วน SG&A ปรับขึ้น q-q, y-y แต่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ปรับลง
ปริมาณน้ำในเขื่อนและการไหลของน้ำปี 2026 ใกล้เคียงปีก่อน
Mekong Dam Monitor ระบุว่าช่วงต้นปี 2026 ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เนื่องจากการระบายน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าจากจีนและลาวตอนบน ส่งผลให้เขื่อนไซยะบุรีมีน้ำไหลเข้าในเกณฑ์ดีและผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง เราคาดปริมาณน้ำไหลของเขื่อนไซยะบุรีปี 2026 อยู่ที่ 8,905 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ใกล้เคียงกับปีก่อน ดังนั้นแนวโน้มกำไรของโรงไฟฟ้าไซยะบุรีในปี 2026 ทรงตัว ส่วนโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 คาดว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปี 2026 จะทรงตัว y-y แม้รายงานของ TRIS Rating คาดการณ์ว่าในปี 2026 เขื่อนน้ำงึม 2 จะมีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้าส่งออกให้ไทยได้ประมาณ 1,800 ล้านหน่วย ซึ่งถือเป็นระดับการผลิตที่ค่อนข้างคงที่และใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026-27
หากผลประกอบการ 4Q25 ตามคาด จบปี 2025 จะมีกำไรปกติเป็น 2.25 พันลบ. +77% y-y ใกล้เคียงกับประมาณการปัจจุบันของเรา เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2026-27 อยู่ที่ 1.7 พันลบ. และ 2 พันลบ. ตามลำดับ เพื่อสะท้อนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากปรากฏการณ์ลานีญาในอีก 2 ปีข้างหน้า และไม่มีกำลังผลิตใหม่เพิ่ม แต่กำไรจะผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่จะมีผลกระทบต่อเงินกู้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเป้าหมาย 3.90 บาท
แม้ระยะสั้นราคาหุ้นได้ปรับลงสะท้อนโมเมนตัมกำไรที่ผ่านพีคใน 3Q25 และกำลังเข้าสู่ Low season ใน 1Q26 และคงราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 3.90 บาท (DCF) คงคำแนะนำ “ซื้อ”







