บล.ทิสโก้:
i-Tail Corporation (ITC TB)
กำไร Q4 ทรงตัว จากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า
ITC ประกาศกำไร 4Q25 อยู่ที่ 793 ล้านบาท (ทรงตัว YoY, -2% QoQ) แม้ว่ารายได้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์จะเติบโต 6.7% YoY และ 3% QoQ แต่ในเชิงของค่าเงินบาท รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า โดยสัดส่วนสินค้า premium mix จะยังอยู่ในระดับสูง 53% โดย 1) ยอดขายในภูมิภาคอเมริกาเพิ่มขึ้น +14% YoY จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าตราห้าง (private label) และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงจากโครงสร้างการขายสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป 2) ยอดขายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียลดลง -22.6% YoY โดยได้รับผลกระทบหลักจากการลดลงของยอดขายในญี่ปุ่นจากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอและการแข็งค่าของสกุลเงินท้องถิ่น 3) ตลาดยุโรปยอดขายเพิ่มขึ้น +12.9% YoY จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้ารายสำคัญและลูกค้าใหม่
อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทอยู่ที่ 25.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมจะลดลงเล็กน้อยเป็น 53% แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น QoQ มาจากค่าระวางขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 10.8% ซึ่งสูงกว่า 10% ใน 3Q25 แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 11.3% ใน 4Q24 เนื่องจากค่าบริการที่ปรึกษาในโครงการ Transformation ลดลง
กำไรทั้งปี 2025 อยู่ที่ 2,978 ล้านบาท (-17% YoY) มาจากผลประกอบการของครึ่งปีแรกที่ลดลงเนื่องจากการลดสินค้าคงคลังในกลุ่มยุโรป และเรื่องภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ส่งผลกระทบปริมาณการขายชะลอตัว โดย 1) ยอดขายในภูมิภาคอเมริกาเพิ่มขึ้น +17.8% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายผลิตภัณฑ์ภายใต้ฉลากของลูกค้า (private label expansion) และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2) ยอดขายในยุโรปลดลงเล็กน้อย -3.3% YoY โดยยอดขายในครึ่งปีแรกอ่อนตัว แต่กลับมาปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากการดำเนินงานเชิงพาณิชย์แบบเจาะจงตามตลาดเป้าหมาย 3) ยอดขายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียลดลง 16.7% YoY จากความต้องการที่ลดลงของลูกค้ากลุ่มแบรนด์ระดับโลก แม้ว่าลูกค้ากลุ่มอื่นในภูมิภาคนี้ยังคงมีผลการขายค่อนข้างทรงตัว
อัตราทำกำไรทั้งปีที่ลดลงเนื่องจากสัดส่วน product mix ของสินค้า premium เฉลี่ยที่ลดลง, การช่วย support ลูกค้าจากผลกระทบภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ในครึ่งปีหลัง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15.3% YoY จากการเพิ่มขึ้นของค่าบุคลากร, ค่าที่ปรึกษา, และค่าระวางขนส่งในไตรมาส 4 และค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เพิ่มขึ้น 5.7% YoY จากการรับรู้อัตราภาษีเงินได้ขั้นต่ำ (Global Minimum Top-up Tax)
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปี 2025 ได้ในอัตราสูงถึง 85.6% ของกำไรสุทธิ โดยจ่ายไปแล้ว 0.40 บาทต่อหุ้น และจะจ่ายส่วนที่เหลือ 0.45 บาทในเดือนเมษายน 2026







