บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
PTT Oil and Retail Business (OR.BK/OR TB)*
กระจายธุรกิจไปยังโรงแรมราคาประหยัด
Event
เรามองกลางๆ หลังร่วมประชุมนักวิเคราะห์งวด 4Q68
Impact
OR จับมือกับ CENTEL เพื่อเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (budget hotel)
OR ร่วมลงทุนในธุรกิจโรงแรมราคาประหยัดกับ Central Plaza Hotel (CENTEL.BK/CENTEL TB)* โดย OR จะถือหุ้น 49% ในขณะที่ CENTEL จะถือหุ้น 51% ใน joint venture ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจการโรงแรมราคาประหยัด ซึ่งแต่ละแห่งจะให้บริการประมาณ 80-90 ห้อง โดยในช่วงแรก joint venture มีแผนจะพัฒนาโรงแรมหกแห่งในกรุงเทพ, ภูเก็ต, ชลบุรี, หาดใหญ่, อยุธยา และกาญจนบุรี ซึ่งห้าแห่งจะตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมันของ PTT และอีกหนึ่งแห่งจะอยู่นอกสถานีบริการน้ำมัน ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 706 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในต่างจังหวัดจะอยู่ที่ประมาณคืนละ 800 บาท และค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในกรุงเทพจะอยู่ที่คืนละ 1,200-1,300 บาท ในขณะที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างใน 2Q69F และตั้งเป้าเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ใน 2Q70F เรามองกลางๆ กับ OR เพราะคาดว่าอัตราการเข้าพัก (occupancy rate) จะอยู่ในช่วงระหว่าง 50% และ 70% ในช่วงสองปีแรกที่เปิดให้บริการ ซึ่งน่าจะแค่เท่าทุนหรือมีกำไรน้อยมากๆ ในช่วงต้น ดังนั้นเราจึงคาดว่าธุรกิจใหม่นี้จะไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรสุทธิของ OR ของเราที่ 1.28 หมื่นล้านบาทในปี 2569F และ 1.37 หมื่นล้านบาทในปี 2570F
จับตากรณีพิพาทไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด
ในงวด 1H68 กิจการในกัมพูชาส่งกำไรสุทธิมาให้ OR ประมาณ 300 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งจากกัมพูชาพลิกมาเป็นขาดทุนสุทธิจาก 3Q68 เป็นต้นมา หลังจากการที่กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นสองรอบ โดยในรอบแรกเป็นการปะทะกันนานห้าวันในช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 และรอบสองนาน 20 วันระหว่างวันที่ 8-27 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ผู้บริหารกำลังประเมินสถานการณ์และคาดว่าจะชี้แจงแนวทางกลยุทธ์ในกัมพูชาของบริษัทได้ภายใน 2H69F ซึ่งถ้าสถานการณ์มีพัฒนาการในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย บริษัทอาจพิจารณาการขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป โดยเฉพาะในส่วนของสถานีบริการน้ำมัน ทั้งนี้จำนวนสถานีบริการน้ำมันของบริษัทในกัมพูชาลดลงเหลือ 127 สถานี ณ สิ้นปี 2568 จาก 190 สถานีในช่วงต้นปี 2568 โดยมูลค่าทางบัญชีของทรัพย์สินบริษัทในกัมพูชา ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 96-97 ล้านดอลลาร์ฯ
Valuation
เรายังคงคำแนะนำซื้อ OR โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 16.00 บาท อิงจาก PE ที่ 15.0x เรายังคงมองบวกกับแนวโน้มค่าการตลาดน้ำมันในประเทศไทย หลังจากที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนกลุ่มน้ำมันพลิกจากขาดดุลมาเป็นเกินดุลได้ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 และสถานะเกินดุลเพิ่มขึ้นเป็น 4.0 หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสถานะที่ดีขึ้นของกองทุนเปิดช่องให้กระทรวงพลังงานสามารถทยอยผ่อนคลายความเข้มงวดในการควบคุมค่าการตลาดน้ำมันดีเซลลงได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการในช่วงที่ผ่านมา
Risks
ความผันผวนของค่าการตลาดน้ำมัน, ปริมาณยอดขายน้ำมัน และปริมาณยอดขายกาแฟ และความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับสถานีบริการน้ำมันที่ยังเหลืออีก 127 สถานี และร้านกาแฟ Café Amazon ที่เหลืออีก 178 ร้านในประเทศกัมพูชา








