KS Daily View 20 ก.พ. 2026>>> ประเมิน SET index ที่ 1,490-1,505 จุด คาดบรรยากาศการลงทุนเป็นบวกต่อเนื่อง จากรายงานผลประกอบการ 4Q25 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด แนะนำ SPA และ KTC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,493.91 เพิ่มขึ้น 27.24 (+1.86%) จากการปรับตัวขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มค้าปลีก ได้แรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติมีมียอดซื้อสุทธิราว 4.87 พันลบ. ถือเป็นการซื้อต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วันตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้เราประเมิน SET index ที่ 1,490-1,505 จุด คาดบรรยากาศการลงทุนเป็นบวกต่อเนื่อง จากรายงานผลประกอบการ 4Q25 ของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาด ภายใต้ KS coverage ที่รายงานงบออกมาแล้ว 51 ตัว ซึ่งงบโดยรวมออกมาดีกว่าที่คาด 4.4% และมีจำนวนหุ้นออกมาดีกว่าที่คาด 16 หุ้น เทียบกับต่ำคาด 14 อย่างไรก็ดีสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานงบ โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาและกลุ่มท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไนในเชิง QoQ

ในขณะเดียวกันปัจจัยในต่างประเทศความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์มีแนวโน้มเร่งระดับขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่าภายใน 10 วัน หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ อาจจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นกว่า 1.9% ในคืนที่ผ่านมา ที่อาจส่งภาพเชิงบวกต่อเนื่องไปยังกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะกลุ่มการสํารวจและขุดเจาะและโรงกลั่น สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ SPA เก็งการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและ KTC จากแนวโน้มของต้นทุนเงินทุนจะลดลงหนุนการฟื้นตัวของกำไรในปี 2026

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นกว่า 1.9% ในคืนที่ผ่านมา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่าภายใน 10 วัน หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ อาจจะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่ากำลังทหารทั้งหมดในภูมิภาคจะต้องพร้อมภายในกลางเดือนมีนาคม และได้เพิ่มกำลังทหารรวมทั้งส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินกลุ่มที่สองเข้ามาในภูมิภาค มองเป็นบวกกับ PTTEP และกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP จากแนวโน้มของ Inventory gain ใน 1Q26
  • โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยมีมูลค่าการลงทุนรวม 74,044 ล้านบาท ได้รับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชน 95% เห็นด้วยกับโครงการและคาดนำเสนอคณะกรรมการ กทพ.และคระรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติโครงการภายในปี 2026-2027 และคาดว่าจะเริ่มออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2028 หรือ 2029 ใช้เวลาก่อสร้างราว 5 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี 2033 มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนกับกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอย่าง CK และ STECON
  • TRUE รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 4 พันลบ. หากตัดรายการพิเศษ (กำไร FX, ภาษีรอการตัดบัญชี, ต้นทุนรวมกิจการ และด้อยค่า) กำไรหลักอยู่ที่ 5.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น +237% YoY และ +26% QoQ สูงกว่าคาดของ KS ราว 24% จากส่วนแบ่งกำไรที่ดีกว่าคาด และค่าเสื่อม/ต้นทุนการเงินต่ำกว่าประมาณการ ทั้งนี้TRUE ประกาศปันผลปลายปี 0.12 บ./หุ้น สูงกว่าคาดมาก (KS คาด 0.03 บ.) รวมทั้งปีจ่าย 0.31 บ./หุ้น คิดเป็น payout 115% และ dividend yield ราว 2.3%
  • PIN ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินขนาด 80 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 จังหวัดระยองกับบริษัท ไมเดีย อินเทลลิเจนท์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Midea Group โดยจะใช้ที่ดินเพื่อขยายการผลิตระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) รวมถึงเทคโนโลยีสำหรับอาคารอัจฉริยะและระบบทำความเย็นขนาดใหญ่
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายยังคงเจรจากันอย่างต่อเนื่องเพื่อหาข้อสรุปในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งบางประเด็นยังคงมีความแตกต่างในความคาดหวัง ทั้งนี้ การเจรจาเกี่ยวกับการยกเว้นภาษีภายใต้ Annex 3 ของสหรัฐยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา โดยไม่มีสิทธิภาษีทันที และประเทศไทยจะเร่งผลักดันให้การเจรจาสรุปได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

SPA: ราคาพื้นฐาน 6.47 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SPA จากแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรปี 2026 คาดที่ 36% YoY ด้วยการฟื้นตัวของรายได้เติบโต 11% YoY หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น และ อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยายตัวเป็น 14.7% จาก 12.1% ในปี 2025 จาก operating leverage และการประหยัดต่อขนาดที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาพระยะสั้นมองว่ากำไรใน 4Q25 จะฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยตามฤดูกาลของการท่องเที่ยวและต่อเนื่องไปยัง 1Q26

KTC: ราคาพื้นฐาน 41.00 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ KTC จากแนวโน้มผลประกอบการปี 2026 จะเร่งตัวขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า จากแนวโน้มของต้นทุนเงินทุนจะลดลงมากกว่า 10bps ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์คาดว่าจะอยู่ภายใต้การควบคุม โดย credit cost มีแนวโน้มทรงตัว YoY ประกอบกับการเติบโตของสินเชื่อ 2% และการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 5% ทั้งนี้คาดอัตราตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 5.4–5.8% ในช่วงปี 2026–2027

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan Inflation) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.6% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.1% YoY และ เงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานตลาดคาดการณ์ที่ +2.6% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.9% YoY ต่อด้วยติดตามการรายงานของ GDP ใน 4Q25 ของสหรัฐครั้งแรก ตลาดคาดการณ์ที่ 2.8% QoQ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 4.4% QoQ

- Advertisement -