ทรัมป์ตัดสินใจปรับขึ้นภาษี แต่ตลาดน่าจะกังวลหลังจากนี้

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวก 230 จุด (+0.47%) ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นของหุ้นในกลุ่ม Tech หลังศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ตัดสินภาษีเป็นโมฆะ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.1% จากแรงซื้อขายเพื่อทำการ Short Sell

Market Outlook

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯ มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจประกอบไปด้วย GDP 4Q25 ขยายตัวเพียง 1.4%QoQ ต่ำกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดไว้ที่ 2.8%QoQ สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการปิดหน่วยงานในสหรัฐฯ ส่งผลให้การลงทุนภาครัฐลดลง (-5.1%QoQ) ซึ่งคดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจมากถึง 0.9% แต่หากไปดูเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจอื่นๆ จะพบว่ายังเห็นการขยายตัวได้ดีเช่นการบริโภค (+2.5%QoQ) การลงทุนภาคเอกชน (+3.8%QoQ) ขณะเดียวกันก็ได้รายงานเงินเฟ้อ (PCE) พบว่าขยายตัว 2.9% YoY มากกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.8%YoY นอกจากนี้ยังมีเปิดเผยยอดขายบ้านมือหนึ่งที่จำนวน 7.45 แสนหลังคาเรือน ดีกว่านักวิเคราะห์คาดหมายไว้ที่ 7.32 แสนหลังคาเรือน โดยรวมสะท้อนตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีแต่อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไปให้น้ำหนักกับศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ที่ตัดสินให้การปรับขึ้นภาษีของ Trump เป็นโมฆะ แต่อย่างไรก็ตาม Trump ยังคงมองหาวิธีอื่นในการปรับขึ้นภาษีนำเข้า อย่างล่าสุดในช่วงวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐฯ Trump ได้ใช้มาตรา 122 ปรับ ขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศอัตราเดียวกันเป็น 15% จากเดิมที่เคยบอกจะเก็บที่ 10% จะมีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เวลาเที่ยงคืนตามเวลาของสหรัฐฯ แต่กฎหมายนี้จะมีผลใช้ได้เพียง 150 วัน หากมองเป็นข้อดีก็คือ ไทยถูกเก็บภาษีน้อยลงจาก 19% มาเป็น 15% ระยะสั้นบวกกับกลุ่มส่งออก แต่หากมองอีกแง่ก็อาจกดดันการลงทุนทางตรงด้วยภาษีนำเข้าที่เท่ากัน เป็นลบกับนิคมอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตามนิคมอุตสาหกรรมมีปัจจัยหนุนจาก Data Center หลังจากนี้การลงทุนอาจผันผวนมากขึ้น เพราะมีความเป็นไปได้ที่ Trump อาจมองถึงมาตราอื่นๆ ที่มาใช้ขึ้นภาษีนำเข้า

กลับมาที่ปัจจัยในประเทศ หลายสำนักข่าวระบุค่อนข้างตรงกันว่าพรรคภูมิใจไทยได้เตรียมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว นำมาโดยพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กอื่นๆ รวมเสียงที่ 300 หากเป็นเช่นนี้จริงก็เท่ากับว่าเสียงรัฐบาลค่อนข้างแข็งแกร่ง และพร้อมในการออกนโยบายต่างๆ ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนในช่วงถัดไป คืนนี้รอติดตามคำสั่งซื้อจากโรงงาน Consensus ประเมินไว้ที่ -0.4%MoM

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1460 – 1490 หากดูการเคลื่อนไหวสินทรัพย์ต่างๆ ในเช้านี้จะพบว่าทองคำปรับขึ้น 1% ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ล่วงหน้า (Future -0.24%) สะท้อนมุมมองเชิงลบจากนักลงทุนสร้างแรงกดดันต่อ SET ในระยะสั้น เชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นอาจเลือก Wait & See รอดูสถานการณ์ภาษี Trump ส่วนนักลงทุนระยะยาวจังหวะ SET INDEX อยู่ที่ PE 15.7x คงไม่ใช่จังหวะสะสม ส่วนรับความเสี่ยงสูงเน้นหุ้น Domestic Play อาทิ สื่อสาร (ADVANC TRUE) โรงพยาบาล (BDMS BCH) ค้าปลีก (CPALL HMPRO)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท)

มองว่าคำไรสุทธิปี 2025 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปี ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงใตรมาล 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ใน 4Q25 เติบโต YoY จากฐานต่ำ

CBG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 58.00 บาท)

ตลาดในตปท.มีทิศทางดีขึ้น เมียนมากยอยผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทำการตลาดได้มากขึ้น กัมพูชารับจ้างผลิต OEM ช่วยจำกัด ตลาดต่างประเทศมีโอกาสเติบโตผ่านโมเดล OEM ขายหัวเชื้อมากขึ้น ลุ้นกลับเข้าตลาดจีน อีกครั้งผ่านผู้ผลิตที่มีโครงข่ายกระจายสินค้า ส่วนตลาดในประเทศยังคงได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

- Advertisement -