NTF ทุเรียนพรีเมียมผงาด! โชว์กำไรปี 68 พุ่ง 257% หลังส่งออกจีนโตระเบิด-มาร์จิ้นขยับแตะ 20%

NTF รายงานผลประกอบการปี 2568 เติบโตแบบก้าวกระโดด (Significant Growth) รับอานิสงส์ “ทุเรียนไทย” ฟีเวอร์ในตลาดจีน ดันยอดขายพุ่งทะลุ 2.5 พันล้านบาท พร้อมอัปเกรดอัตราทำกำไรสุทธิขยับแตะ 9%

นายวิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NTF เปิดเผยว่า “ในปี 2568 NTF ทำรายได้จากการขายรวม 2,521.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,406.6 ล้านบาท (+126.2%) เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ รายได้เกือบทั้งหมดมาจากการส่งออก โดยเฉพาะทุเรียนสดไปจีนที่มีสัดส่วนสูงถึง 94.4% ของรายได้รวม โดยที่บริษัทสามารถรักษามาตรฐานความสุกและคุณภาพระดับพรีเมียม ทำให้ได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่องและบริหารจัดการราคาขายได้ดีกว่าคู่แข่ง

ขณะที่กำไรขั้นต้นปี 2568 อยู่ที่ 510.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180% โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 20.1% (จากเดิม 16.3%) ซึ่งเกิดจาก 4 ปัจจัยหลัก:

  1. การรักษามาตรฐานผลไม้พรีเมียมทำให้มีอำนาจในการกำหนดราคาขาย

  2. ศักยภาพการคัดเลือกและคุมคุณภาพวัตถุดิบที่ดีเยี่ยม

  3. การใช้ระบบกำหนดอัตรากำไรขั้นต้นขั้นต่ำอย่างเป็นระบบ

  4. เน้นขายสินค้ากลุ่มที่มี Margin สูง

นอกจากนี้ บริษัทฯ กวาดกำไรสุทธิไปได้ 229.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 165.3 ล้านบาท หรือเติบโต 257.1% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ขยับจาก 5.7% ขึ้นมาเป็น 9.0% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพสูง

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 703.3 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 227.6 ล้านบาท) โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ คือ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 109.2 ล้านบาท ผลจากการเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดหลักทรัพย์ mai ในส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 453.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 370.7 ล้านบาท) จากเงินระดมทุน IPO 360 ล้านบาทและกำไรสุทธิระหว่างปี ขณะที่การขยายสำนักงาน สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น 17.9 ล้านบาท จากการเช่าพื้นที่สำนักงานแห่งใหม่ที่อาคาร วัน แบงค็อก (One Bangkok) ในส่วนของหนี้สินเพิ่มขึ้น 105 ล้านบาท แตะระดับ 249.8 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ระยะสั้นเพื่อรองรับยอดสั่งซื้อที่เติบโต

“ผลประกอบการปี 2568 ของ NTF พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการรุกตลาดจีนด้วยสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมียมและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยเสริมฐานทุนให้แข็งแกร่ง พร้อมรองรับความต้องการทุเรียนไทยในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง” นายวิชัย กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -