บล.ทิสโก้:
Carabao Group (CBG TB)
กำไร 4Q25 ลดลงจากรายการพิเศษ, แต่กำไรหลักยังเป็นไปตามคาด
ผลประกอบการ 4Q25 และปี 2025
CBG ประกาศกำไรสุทธิ 4Q25 อยู่ที่ 143 ล้านบาท (-82% YoY, -77% QoQ) โดยในไตรมาสนี้มีรายการพิเศษจากการตั้งด้อยค่าจำนวน 518 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการประเมินมูลค่าการลงทุนในบริษัท คาราบาว โฮลดิ้งส์ (ฮ่องกง) ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์และมีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง โดยหากไม่รวมรายการดังกล่าว กำไรหลักจะอยู่ที่ 660 ล้านบาท (-16% YoY, +7% QoQ) เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการใน 4Q25 คือการลดลงของการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดหลักของ CBG อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในประเทศช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ โดยรายได้จากการขายเครื่องดื่มพลังงานในประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY จากการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่เติบโตได้ดี และธุรกิจรับจ้างส่งสินค้าประเภทเหล้า/เบียร์ยังเติบโตต่อเนื่อง อัตรากำไรลดลง YoY ตามกำลังการผลิตที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารทรงตัวจากการควบคุมค่าใช้จ่าย
กำไรทั้งปี 2025F อยู่ที่ 2,320 ล้านบาท (-18% YoY) โดยกำไรหลักจะอยู่ที่ 2,837 ล้านบาท ทรงตัวเทียบกับปีที่ผ่านมา หากไม่รวมรายการพิเศษจากการตั้งด้อยค่าจำนวน 518 ล้านบาท จากการประเมินมูลค่าการลงทุนในบริษัท คาราบาว โฮลดิ้งส์ (ฮ่องกง) ที่ไม่เป็นไปตามคาดการณ์และมีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (One-time expense) และไม่กระทบกระแสเงินสด (Non-cash item) จากยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากเครื่องดื่มพลังงานในประเทศที่เติบโตเป็นหลัก แต่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงจากประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของการส่งออก ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงตามยอดขายการส่งออกที่ลดลง ประกอบกับการรับจ้างส่งสินค้าประเภทเหล้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรามาร์จิ้นต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2025 ที่ 1.30 บาท คิดเป็น dividend payout ratio 56% โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว 0.7 บาท และคงเหลืองวดครึ่งปีหลัง 0.6 บาท (XD 5/3/25)
แนวโน้มผลประกอบการปี 2026F และปัจจัยบวก
เราคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026F ของ CBG แบบอนุรักษ์นิยมว่าจะเติบโต 7% YoY ทั้งนี้รายได้จากการส่งออกคาดว่าจะเข้าสู่ฐานใหม่จากการปรับโมเดลธุรกิจในประเทศกัมพูชา ขณะที่รายได้ในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากกลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น 2.8% และเริ่มเข้าใกล้แบรนด์ผู้นำในประเทศ เราคาดว่ารายได้รวมปี 2026F จะอยู่ที่ประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท จากการปรับกลยุทธ์การตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตหลักประกอบด้วย 1) การขยายตลาดในประเทศในร้านค้าส่งขนาดเล็กประมาณ 2,500 แห่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดภายในประเทศ 2) การเปิดตัวสินค้า SKU ใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานที่ราคา 12 บาท ซึ่งจะช่วยยกระดับมาร์จิ้นและขยายส่วนแบ่งตลาด นอกจากนี้การขยายธุรกิจเบียร์ที่มีเป้าหมายเติบโต 200% จากฐานต่ำ จะช่วยเพิ่มรายได้และสร้างการเติบโตในระยะยาว 3) การขยายธุรกิจในจีนและอัฟกานิสถาน ผ่านโมเดล OEM คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายหัวเชื้อ (concentrates) โดยไม่ต้องลงทุนในโรงงานผลิต
Valuation ที่ยังน่าลงทุน
หุ้น CBG ยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุนในปัจจุบัน โดยราคาหุ้น CBG อยู่ที่ PER 26F ที่ 15.3X ซึ่งต่ำกว่า -2SD โดยราคาหุ้นปัจจุบัน CBG จะมีอัพไซด์ประมาณ 12% จากราคาเป้าหมายที่ 52.50 บาท (อ้างอิง PER -1.5SD เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของ CBG ที่ 17X) เราคาดผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2026F จะอยู่ที่ 3.5% ด้วยการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ, การขยายผลิตภัณฑ์ใหม่, และการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มพรีเมี่ยม, CBG จึงยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว
ความเสี่ยง : ยอดขายและต้นทุน commodities ที่ไม่เป็นตามคาด, ภาพรวมเศรษฐกิจ







