เป็นไปตามที่ประเมินนักลงทุนเริ่มกังวลกับความไม่แน่นอนของภาษี
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 822 จุด (-1.66%) นักลงทุนกังวลว่า AI จะกดดันหลายธุรกิจ รวมไปถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีของสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.38% ถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีของสหรัฐฯ
Market Outlook
เมื่อคืนไม่มีการประกาศตัวเลขที่สำคัญของฝั่งสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับปรับลงค่อนข้างมากกังวลกับ AI จะเข้ามา Disrupt ในหลายๆอุตสาหกรรมและอาจจะช่วยการะต้นทุนการทำธุรกรรมบางธุรกรรมลงเกี่ยวกับการใช้จ่ายสร้างแรงกดดันต่อหุ้น VISA, MASTER CARD ประกอบคับภาษีทรัมป์เป็นไปตามที่ประเมินไว้ว่านักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาหลังจากนี้ ซึ่งวานนี้ได้ออกมาระบุใน Truth Social ว่าประเทศใดก็ตามที่ต้องการเล่นเกมกับคำตัดสินที่ไร้สาระของศาลฎีกา โดยเฉพาะเอาเปรียบสหรัฐฯ ก็เตรียม เผชิญกับภาษีศุลกากรที่เลวร้ายยิ่งกว่าที่ตกลงกันไป เมื่อเกิดปัจจัยข้างต้นตลาดหุ้นปรับฐานแต่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น ประเมินตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับภาษี อาจทำให้ Upside ด้านบนเริ่มจำกัดจนกว่าจะคลี่คลาย
ส่วนในประเทศเมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์รายงานภาวะการส่งออกไทยประจำเดือน ม.ค. พบว่าขยายตัวเด่น 24%YoY และหากไม่รวมสินค้าเกี่ยวข้องกับยุทธปัจจัย ทองคำ น้ำมันพบว่าจะขยายตัวได้ 21%YoY ได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่ AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Digital ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ายานยนต์และส่วนประกอบยังคงขยายตัวระดับสูง YTD พบว่าไทยส่งออกขยายตัวได้ 24% ไต้หวันขยายตัวแรง 70%YoY เกาหลีใต้ +34%YoY สำหรับไทยเครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบการ +68%YoY แผงสวิตซ์และควบคุมกระแสไฟฟ้า +44%YoY สำหรับสินค้าเกษตรที่ขยายตัวได้แก่กุ้งสด +39%YoY อาหารสัตว์เลี้ยง (+8%YoY) มองมุมหนึ่งก็สะท้อนว่า Technology Sector ยังขยายตัว สำหรับหุ้นไทยรับปัจจัยบวกข้างต้นประกอบไปด้วย TU ITC TM ประเทศที่ขยายตัวเด่น ได้แก่สหรัฐฯ (+43%YoY) และเป็นสัดส่วนอันดับแรกราว 22% ของการส่งออกไทย ด้านผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยที่ทยอยรายงานออกมาอาจไม่โดดเด่นเท่าไรนัก อย่างวานนี้ CPAXT ประกาศกำไรสุทธิเพียง 2.6 พันล้านบาท (-34%YoY) พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 13.9% จากปีก่อนที่ 14.9% เมื่อกำไรไม่ได้โดดเด่นผสานกับ Forward P/E ตลาดหุ้นไทยเริ่มสูง และมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาษีของสหรัฐฯ จึงแนะเพิ่มความระมัดระวังต่อการลงทุน สำหรับหุ้นที่รายงานกำไรขยายตัวดี ได้แก่ CPN ADVICE MOSHI
วันนี้ประเมิน SET INDEX เลี่ยงปรับฐานในกรอบ 1460 – 1490 รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังกับการลงทุนเมื่อเต็มไปด้วยปัจจัยกดดัน ไม่ว่าจะเป็น PE ลูง, ความไม่แน่นอนของภาษี ระยะสั้นเน้นที่ Defensive อาทิ สื่อสาร (ADVANC TRUE) โรงพยาบาล (BCH BDMS) Non Bank (MTC SAWAD TIDLOR) หุ้นปันผล (BBL KBANK SCB)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท)
มองว่ากำไรสุทธิปี 2025 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) หนุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปีด้วย เพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาล 3 มาเป็นช่วงไตรมาล 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ใน 4Q25 เติบโต YoY จากฐานต่ำ
TIDLOR (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.00 บาท)
ผลการดำเนินงานหลักยังแข็งแคร่งจากการขยายตัวสินเชื่อ และรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกัน คาดกำไรสุทธิปี 2026 เติบโตแข็งแคร่ง 16% YoY เป็นการเติบโตที่คาดว่าโดดเด่นที่สุดบริษัทหนึ่งในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์









