MEB รายได้ปี 68 แตะ 2.16 พันลบ. กำไร 410.8 ลบ. ผู้ใช้พุ่ง 15 ล้านราย แม้รายได้หดตามเศรษฐกิจ
นายพันธ์เทพ เหลืองวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MEB เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 “บริษัทมีรายได้รวม 2,160.56 ล้านบาท ลดลง 2.10% จากปีก่อน โดยรายได้หลักกว่า 98% มาจากการขายและบริการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง”
ปี 2568 บริษัทมีมูลค่าการขายสุทธิ (NMV) 2,374.75 ล้านบาท ลดลง 2.44% ขณะที่รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,121.69 ล้านบาท ลดลง 2.20% อย่างไรก็ตาม ฐานผู้ใช้งานยังเติบโตต่อเนื่อง โดยสิ้นปีมีผู้ใช้งานรวม 15 ล้านราย เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านรายจากปีก่อน ด้านแพลตฟอร์ม meb มี MAU เพิ่มเป็น 0.76 ล้านราย/เดือน และ readAwrite เพิ่มเป็น 5.71 ล้านราย/เดือน
รายได้จากการขายอื่นเติบโต 36.25% หนุนจากวรรณกรรมออนไลน์ภาษาต่างประเทศ บริการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของ Incognito Lab และยอดขายเครื่องอ่าน E-Reader ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายและบริการปี 2568 อยู่ที่ 1,453.78 ล้านบาท ลดลง 2.10% ตามรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 31.48% ใกล้เคียงปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 15.54% เป็นสัดส่วน 8.78% ของรายได้รวม หลักจากค่าที่ปรึกษาโครงการลงทุน (รายการไม่ประจำ) และค่าใช้จ่ายพนักงาน รวมถึงการรวมงบของ Incognito Lab
กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 410.84 ล้านบาท ลดลง 7.35% จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 19.02% หากไม่รวมรายการค่าใช้จ่ายไม่ประจำ บริษัทมีกำไรปกติ 416 ล้านบาท ลดลง 6.19%
ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,983.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการรวมงบ Incognito Lab ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 407.17 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 1,576.45 ล้านบาท เติบโต 10.33% จากกำไรสะสมสุทธิหลังหักเงินปันผล สะท้อนฐานะการเงินยังแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจท้าทาย
นายพันธ์เทพ กล่าวเสริมว่า “บริษัทฯ เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนอย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จในการเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์หลายรายการในปี 2568 โดยในไตรมาส 2 ได้เข้าซื้อหุ้น 51% ในบริษัท อินค็อกนิโตแล็บ จำกัด (Incognito Lab) ผู้นำด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ให้บริการองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรม การลงทุนครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ของกลุ่มบริษัทฯ และกระจายความเสี่ยงท่ามกลางภาวะการบริโภคที่ชะลอตัว
ต่อมาในไตรมาส 3 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อแพลตฟอร์ม “moresheet” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจำหน่ายชีทสรุปสำหรับนักเรียนและนักศึกษา ช่วยเพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์และขยายฐานลูกค้า ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์ม “lunarwrite” ได้เปิดตัววรรณกรรมออนไลน์ภาษาสเปน เพื่อผลักดันนิยายไทยสู่ตลาดโลก และเปิดโอกาสใหม่ให้กับนักเขียนไทยในต่างประเทศ””









