ช.การช่าง กำไรปี 2568 พุ่ง 130% แตะ 3,328 ลบ. งานใหญ่ดันรายได้–มาร์จิ้นฟื้น ฐานะการเงินแกร่ง

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นปี 2568 อยู่ที่ 3,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,882 ล้านบาท หรือ 130.18% จากปีก่อนหน้า หนุนจากรายได้สัญญาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่เติบโตต่อเนื่อง การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงกำไรจากการขายหุ้นบริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด และส่วนต่างมูลค่ายุติธรรมจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนในบริษัทร่วมสำหรับเงินลงทุนที่เหลืออีก 10% อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น

รายได้ปี 2568 จากสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 43,967 ล้านบาท คิดเป็น 94.83% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 6,509 ล้านบาท หรือ 17.38% จากปีก่อน จากความคืบหน้าโครงการหลัก อาทิ โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ งานรถไฟฟ้าสายสีส้ม (งานโยธาและระบบ) และสายสีน้ำเงิน ขณะที่หลายโครงการใกล้แล้วเสร็จ เช่น อุโมงค์ส่งน้ำบางมด-สำโรง และคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร

ด้านต้นทุนรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 40,624 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.93% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 3,343 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.10% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นจาก 7.25% เป็น 7.60% สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารโครงการ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 2,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.73% ตามการเร่งตัวของงานและค่าใช้จ่ายพนักงาน

ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 2,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.22% แรงหนุนหลักจาก CK Power รับรู้กำไรจากไซยะบุรี พาวเวอร์ ตามปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากหลวงพระบาง พาวเวอร์ และ BEM

แม้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มเป็น 2,100 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวที่สูงขึ้น แต่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1.32 เท่า จาก 1.67 เท่า และยังต่ำกว่าเงื่อนไขหุ้นกู้ที่กำหนดไม่เกิน 3.00 เท่า

ณ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 117,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,974 ล้านบาท หนี้สิน 88,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,761 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 28,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,212 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานสุทธิหลังหักปันผล

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่งที่ 8,437 ล้านบาท ใช้ลงทุนสุทธิ 1,379 ล้านบาท และใช้ในกิจกรรมจัดหาเงิน 7,445 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ รวมถึงจ่ายปันผล ส่งผลให้เงินสดลดลงสุทธิ 418 ล้านบาท เหลือเงินสดคงเหลือ 9,770 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจหลัก 2 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจการก่อสร้าง และธุรกิจการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภค โดยมุ่งเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าก้าวสู่ผู้นำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค

ภาพรวมธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามมูลค่าการลงทุนรวมที่คาดว่าจะขยายตัว จากแรงหนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ และคาดว่าโครงการขนาดใหญ่จะเร่งตัวในอนาคตเพื่อบรรลุเป้าหมายตามแผน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568 บริษัทได้จำหน่ายและโอนหุ้นสามัญ บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด รับชำระค่าหุ้น 2,765 ล้านบาท ส่งผลให้สูญเสียอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ และเปลี่ยนการจัดประเภทเงินลงทุนเป็นตราสารทุนวัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น จำนวน 1,983 ล้านบาท พร้อมบันทึกกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนสถานะเงินลงทุน 805 ล้านบาท ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม (งบการเงินเฉพาะกิจการ 782 ล้านบาท)

- Advertisement -