ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนทำให้กระแสเงินทุนมายังไทย เป็นปัจจัยหนุน

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 17 จุด (+0.03%) ขณะที่ S&P500 , Nasdag ปิดในแดนลบรับแรงกดดันจากหุ้น NVIDIA (-5%) ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.14% ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน นักลงทุนรอติดตามความคืบหน้าเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

Market Outlook

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มิได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ มีเพียงผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่รายงานดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่ถึงอย่างนั้น นักลงทนกีไม่ได้ให้ความสนใจมากเท่าใด แต่กับการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐฯ กลับมีความน่าสนใจ โดย NVIDIA -5.5% แม้จะประกาศผลประกอบการเดิบโตแข็งแกร่งและมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ หากจะอธิบายปรากฏการณ์นี้อาจเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาต่อเนื่อง Price In กับผลประกอบการที่เติบโตได้ดีไปแล้ว หรือมุมมองข้างหน้านักลงทุนอาจคาดการณ์ว่าการเติบโตจะไม่ได้โดดเด่น เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เมื่อคืนเม็ดเงินจึงไหลกลับไปยังกลุ่มการเงินและพวกให้บริการต่างๆ ระยะสั้นอาจดีกับตลาดหุ้นไทยผ่าน Sector Rotation คืนนี้รอติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.6%YoY และ Core PPI ที่ 3% YoY หากต่ำกว่าคาดการณ์มองเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นทั่วโลก ส่วนในประเทศรอติดตามการแถลงเศรษฐกิจไทยของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงบ่าย 

กลับมาที่ปัจจัยในประเทศนักลงทุนทยอยรอดูผลประกอบการ 4Q25 กับการประกาศเงินปันผลประจำปี อย่างวานนี้ KBANK ประกาศจ่ายที่ 10 บาท / หุ้น และจ่ายพิเศษอีก 2 บาท / หุ้น ระยะส้้นมองเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น พร้อม M ประกาศรายได้ในช่วง 4Q25+5.6%YoY แต่เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั่นต้นลดลงเหลือเพียง 63.2% จาก 67% ในช่วง 4Q24 บริษัทระบุว่าสาเหตุหลักมาจากการทำโปรโมชั่น Buffet พร้อมกับการขยายของ Bonus สุกี้ มองเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้น แนะหลีกเลี่ยงจนกว่าจะมีปัจจัยหนุน สำหรับ SET INDEX ยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องวานนี้ +1.2% พร้อมกับนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.3 พันล้านบาท และสะสม YTD ไปแล้ว 5.7 หมื่นล้านบาท มองปัจจัยหนุนมาจากกลุ่ม Technology ที่ผันผวนพร้อมกับการเมืองไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ช่วงปี 2022 ที่นักลงทุนต่างชาติเคยกลับเข้ามาลงทุนหุ้นไทยพบว่าสะสมมากถึง 2.6 แสนล้านบาท หากเชื่อในสถิติอาจชี้เป้าว่านักลงทุนต่างชาติมีโอกาสเข้ามาต่อเนื่องหรืออย่างน้อยก็จนกว่า Tech สหรัฐฯ จะเริ่มกลับมา เพราะสิ่งที่กังวลคือนักลงทุนต่างชาติอาจไม่ได้เข้ามาแบบยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจไทยที่เติบโตจำกัด ผสานกับ Forward PE ที่เริ่มสูง 

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1525 – 1545 ระยะสั้นอาจเผชิญแรงกดดันจากหุ้น ADVANC ที่ขึ้นเครื่องหมาย XD 27.4 บาท / หุ้น (ประเมินผลกระทบจาก ADVANC ราว 6-7 จุด) แต่ไม่ใช่ว่าดัชนีจะปรับลง 6-7 จุด เพราะอาจได้แรงหนุนจากหุ้นตัวอื่น หรืออาจกดดันมากกว่าก็ได้เช่นกัน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนแม้ยังมีปัจจัยหนุนเรื่อง Flow แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้ประมาทกับการลงทุน ระยะสั้นแนะหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะอย่าง ค้าปลีก (CPALL) ธนาคารพาณิชย์ (KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC TIDLOR) และ ADVANC มองเป็นโอกาสเข้าสะสมด้วยพื้นฐานที่ยังดี

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 61.00 บาท)

รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 7.3 พันล้านบาท (+5%YoY, +13%QoQ) ผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี รวมถึง ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แม้ว่าลดลงของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่ -1% ถึง -2% ใน 4Q25 และการลดลงของกำไรของ CPAXT ขณะที่ SSSG เดือนม.ค. 2026 กลับมาดูดีขึ้น YoY 

KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 210.00 บาท)

KBANK จะให้ความสำคัญต่อการบริหารเงินกองทุนด้วยการจ่ายเงินปันผลสูง และออกโครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศจ่ายปันผลพิเศษอีก 2 บาท / หุ้น และจ่ายจากกำไรอีก 10 บาท / หุ้น มองเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นต่อราคาหุ้น

- Advertisement -